สนิทัสสนสัปปฏิฆรูปคือ รูปายตนะ อนิทัสสนสัปปฏิฆรูปคือ โอฬาริกรูปที่เหลือ ๑๑ อนิทัสสนอัปปฏิฆรูปคือ สุขุมรูป ๑๖ กรรมชรูปคือรูปที่เกิดจากกรรม หมายถึงอินทริยรูป ๘ และหทัย-วัตถุ อกรรมชรูปคือ รูปที่เกิดจากปัจจัยอื่นนอกจากกรรม เนวกรรมชนากรรมชรูปคือ รูปที่มิได้เกิดจากปัจจัยใดๆ หมายถึง ชรตา และ อนิจจตา โดยประการดังนี้ รูปมี ๓ อย่าง”
ปุนทิฏฺฐสุตมุตวิญฺญาตวเสน จ, ทฺวารญฺเจว วตฺถุจ, ทฺวารเมว หุตฺวา น วตฺถุจ, วตฺถุเมว หุตฺวา น ทฺวารญฺจ, เนว ทฺวารญฺจนว ตฺถุจาติเอวํ เภทโต จ, ทฺวารญฺเจวินฺทฺริยญฺจ, ทฺวารํเยว หุตฺวา เนวินฺทฺริยญฺจ, อินฺทฺริยเมว หุตฺวา น ทฺวารญฺจ, เนว ทฺวารญฺจ เนวินฺ-ทฺริยญฺจาติเอวํ เภทโต จ, วตฺถุเจว อินฺทฺริยญฺจ, อินฺทฺริยเมว หุตฺวา น วตฺถุจ, วตฺถุเมว หุตฺวา เนวินฺทฺริยญฺจ, เนวินฺทฺริยํ นว ตฺถุเจติเอวํ เภทโต จ จตุพฺพิธํ.
“รูปมี ๔ อย่าง โดยจำแนกเป็น
- ทิฏฐรูป( รูปเห็น) สุตรูป( รูปได้ยิน) มุตรูป( รูปที่กระทบถึง) และวิญญาต-รูป( รูปที่รู้ทางมโนวิญญาณ)
- รูปที่เป็นทั้งทวารและวัตถุรูปที่เป็นทวารแต่ไม่เป็นวัตถุรูปที่เป็นวัตถุแต่ไม่ เป็นทวาร และรูปที่ไม่เป็นทั้งทวารและวัตถุ
- รูปที่เป็นทั้งทวารและอินทรีย์ รูปที่เป็นทวารแต่ไม่เป็นอินทรีย์ รูปที่เป็นอินทรีย์ แต่ไม่เป็นทวาร และรูปที่ไม่เป็นทั้งทวารและอินทรีย์
- รูปที่เป็นวัตถุและอินทรีย์ รูปที่เป็นอินทรีย์แต่ไม่เป็นวัตถุรูปที่เป็นวัตถุแต่ไม่ เป็นอินทรีย์ และรูปที่ไม่เป็นทั้งอินทรีย์และวัตถุ” ตตฺถ ทิฏฺฐํ นาม รูปายตนํ. สุตํ นาม สทฺทายตนํ. มุตํ นาม คนฺธรสโผฏฺฐพฺพา-ยตนตฺตยํ.วิญฺญาตํ นาม อวเสสจกฺขายตนาทิปญฺจกํ โสฬสวิธํ สุขุมรูปญฺจ. จกฺขายตนาทิ-