จตุชรูป คือ รูปที่เหลือ ๑๑ นกุโตจิชาตรูป คือ ชรตารูป และอนิจจตารูป ในรูปหมวด๖ก ลุ่มที่ ๒จักขุวิญเญยยรูปคือรูปายตนะที่รู้ได้ด้วยจักขุวิญญาณ ฯลฯ กายวิญเญยยรูป คือ โผฏฐัพพายตนะ[ที่รู้ได้ด้วยกายวิญญาณ] มโนวิญเญยยรูปคือรูปที่เหลือ๒ ๑ไ ด้แก่ โอฬาริกรูป๕ที่เหลือ[ คือ ปสาทรูป๕ ] และสุขุมรูป๑ ๖ โดยประการดังนี้ พึงทราบรูป ๖ อย่าง”
ปุน ฉวตฺถุอวตฺถุเภทโต จ. จกฺขุวิญฺเญยฺยํ โสตฆานชิวฺหากายวิญฺเญยฺยํ มโนธาตุ-วิญฺเญยฺยํ มโนวิญฺญาณธาตุวิญฺเญยฺยนฺติ สตฺตวิธํ โหติ.
“รูปมี๗อ ย่าง โดยจำแนกเป็นวัตถุรูป ๖ และอวัตถุรูป๑ไ ด้แก่ จักขุวิญเญยยรูป โสตวิญเญยยรูป ฆานวิญเญยยรูปชิวหาวิญเญยยรูป กายวิญเญยยรูป มโนธาตุวิญเญยย-รูป [หทัยรูป] และมโนวิญญาณธาตุวิญเญยยรูป[ รูปที่เหลือ ๓๓]
ตตฺถจ กฺขาทิปญฺจวตฺถูนิหทยวตฺถุนา สทฺธึ ฉว ตฺถูนิ. เสสํ พาวีสติวิธํ รูปํ อวตฺถุ นาม. ทุติยสตฺตกมุตฺตานเมว. เอวํ สตฺตวิธํ โหติ.
“ในรูปเหล่านั้น วัตถุรูป ๖ คือ วัตถุ ๕ อย่างมีจักขุวัตถุเป็นต้น และหทัยวัตถุ อวัตถุรูป คือ รูปที่เหลือ ๒๒ รูปหมวด ๗ กลุ่มที่ ๒ เข้าใจได้ง่าย โดยประการดังนี้ รูปมี ๗ อย่าง”
ปุนส ตฺตทฺวาราทฺวารเภทโต อฏฺฐวิธํ.ต ตฺถจ กฺขุทฺวาราทีนิปญฺจ กายวิญฺญตฺติวจี-วิญฺญตฺติทฺวาเรหิสทฺธึ สตฺต ทฺวารานิ. เสสมทฺวารนฺติ เอวํ อฏฺฐวิธํ โหติ.
“รูปมี ๘ อย่าง โดยจำแนกเป็นทวารรูป ๗ อทวารรูป ๑ ทวารรูป๗คือ [ปสาท]รูป๕มีจักขุทวารเป็นต้น และทวารรูปอันได้แก่กายวิญญัติ วจีวิญญัติ