“บัณฑิตพึงทราบว่า กำเนิด๔มีได้ในคติ๓ [มนุสสคติเปตคติและติรัจฉานคติ] และในภุมเทวดา”
[ฎีกาใหม่อธิบายว่า มนุษย์ในปัจจุบันเป็นชลาพุชะ พระกุนตบุตรสองพี่น้องเป็นอัณฑชะ พราหมณ์โปกขรสาติเป็นสังเสทชะ นางอัมพปาลีและนางจิญจมาณวิกาเป็นโอปปาติกะ บางคัมภีร์กล่าว ว่าหญิงทั้งสองเป็นสังเสทชะ]
รูปกลาปในปฏิสนธิกาล
๗๔๖. คพฺภเสยฺยกสตฺตสฺสป ฏิสนฺธิกฺขเณ ปน
ตึส รูปานิ ชายนฺเต สภาวสฺเสว เทหิโน.
“รูป ๓๐ [กายทสกะ ภาวทสกะ และวัตถุทสกะ] ย่อมเกิดในปฏิสนธิกาลแก่สัตว์ผู้ เกิดในครรภ์มารดาซึ่งมีภาวรูป”
๗๔๗. อภาวคพฺภเสยฺยานํ อณฺฑชานญฺจ วีสติ
ภวนฺติ ปน รูปานิ กายวตฺถุวเสน ตุ.
“รูป๒ ๐ย่อมเกิดขึ้นด้วยอำนาจของกายทสกะและวัตถุทสกะแก่สัตว์ผู้เกิดในครรภ์ มารดาซึ่งไม่มีภาวรูป และแก่สัตว์ผู้เกิดในฟองไข่”
๗๔๘. คหิตาคหเณเนตฺถ เอกาทส ภวนฺติ เต
เอเสว จ นโย เญยฺโย สพฺเพสุ ทสเกสุปิ.
“รูปดังกล่าวมี๑๑ โดยไม่รวมเอารูปที่ถือเอาแล้วในสัตว์ผู้เกิดในครรภ์มารดาซึ่งมี ภาวรูปและสัตว์ผู้เกิดในฟองไข่เหล่านี้ โปรดทราบนัยเดียวกันในทสกะทั้งหมด”
[รูป๑ ๑อ ย่าง คืออ วินิพโภครูป๘ชีวิตรูป กายประสาท หทัยวัตถุและภาวรูปอย่างใด อย่างหนึ่งในภาวรูป๒ที่เกิดแก่สัตว์ที่เกิดในครรภ์มารดาซึ่งมีภาวรูป ก็เป็นรูป ๑๒ อย่าง]
๗๔๙. ชีวิเตน ยทา สทฺธึ ชาเต สุทฺธกมฏฺฐกํ
ชีวิตนวกํ นาม โหตีติ สมุทีริตํ.