สัตว์ที่เป็นสังเสทชะที่มีอินทรีย์ครบบริบูรณ์ในขณะปฏิสนธิ นับเข้าในกามาวจรสัตว์ที่เป็น โอปปาติกะ ท่านจึงไม่กล่าวถึงสัตว์ที่เป็นสังเสทชะไว้อีกในที่นี้]
๗๕๔. พฺรหฺมานํ รูปินํ จกฺขุ- โสตวตฺถุวสา ปน
ทสกานิ จ ตีเณว นวกํ ชีวิตสฺส จ.
๗๕๕. จตุนฺนํ ตุ กลาปานํ วเสน ปน รูปินํ
จตฺตาลีเสว รูปานิ เอกูนานิ ภวนฺติ หิ.
“รูป ๓๙ โดยความเป็นรูปกลาป ๔ กลุ่มคือ ทสกะ ๓ กลุ่มโดยประเภทแห่งจักขุ-ทสกะ โสตทสกะ วัตถุทสกะ และชีวิตนวกะ ย่อมมีแก่รูปพรหม”
๗๕๖. ชีวิตนวเกเนว อสญฺญุปฺปตฺติ ทีปิตา
ชจฺจนฺธพธิราฆาน- รหิเต ตุ นปํุสเก.
๗๕๗. วตฺถุโน กายชิวฺหานํ วสา ตึสาวกํสโต
อุกฺกํสสฺสาวกํสสฺสอ นฺตเร อนุรูปโต.
๗๕๘. ปริปุณฺณานํ รูปานํ วเสน ปน ปาณินํ
รูปานํ ตุ สมุปฺปตฺติ เวทิตพฺพา วิภาวินา.
“ปฏิสนธิของอสัญญสัตว์พรหม แสดงไว้ด้วยชีวิตนวกะเท่านั้น รูป๓ ๐ย่อมมีได้เป็นอย่างต่ำโดยประเภทแห่งวัตถุทสกะ กายทสกะ และชิวหา-ทสกะ ในผู้ที่ตาบอดแต่กำเนิดผู้ที่หูหนวกแต่กำเนิด และผู้ที่ปราศจากฆานประสาท พร้อมทั้ง บัณเฑาะก์ บัณฑิตพึงทราบการเกิดขึ้นของรูปโดยประเภทแห่งสัตว์ผู้มีรูปบริบูรณ์ตามสมควร แก่ความน้อยหรือมาก”
[กามาวจรเทวดาที่เป็นโอปปาติกะและสัตว์ที่เป็นสังเสทชะ ถ้าจักษุวิบัติไปในปฏิสนธิกาล ก็มีรูปเกิดได้ ๖๐ อย่าง คือรูปกลาป ๖ อันได้แก่ โสตทสกกลาป ฆานทสกกลาป ชิวหาทสกกลาป กาย-ทสกกลาป ภาวทสกกลาป และวัตถุทสกกลาป ถ้าจักษุและโสตะวิบัติไปก็มีรูปเกิดได้ ๕๐ อย่าง คือ