‘สภาพสงบแห่งสังขารทั้งปวง สภาพสละอุปธิทั้งปวง สภาพสิ้นไปแห่งตัณหา สภาพไม่กำหนัดยินดีสภาพดับตัณหา สภาพหลีกออกจากตัณหา’”
[คำว่าอุปธิแปลตามศัพท์ว่า“ ที่ตั้ง” หมายถึงที่ตั้งแห่งทุกข์ สุข และโสมนัส โดยองค์ธรรม คือกามคุณ๕ขันธ์ ๕ กิเลส ๑๐ โลกิยกุศลกรรม และอกุศลกรรม จำแนกออกเป็น ๔ ประเภท คือ
๑. กามูปธิ กามคุณ ๕ เป็นที่ตั้งแห่งสุขและโสมนัส
๒. ขันธูปธิ ขันธ์ ๕ เป็นที่ตั้งแห่งทุกข์ทั้งหมดที่มีขันธ์เป็นเหตุ
๓. กิเลสูปธิ กิเลส ๑๐ เป็นที่ตั้งแห่งทุกข์ในอบาย
๔. อภิสังขารูปธิ กรรมที่เป็นโลกิยกุศลกรรมและอกุศลกรรม เป็นที่ตั้งแห่งทุกข์ในภพ]
๗๗๐. ยสฺส จาธิคมา สพฺพ- กิเลสานํ ขโย ภเว
นิพฺพานมิติ นิทฺทิฏฺฐํ นิพฺพานกุสเลน ตํ.
“ความสิ้นไปแห่งกิเลสทั้งมวลพึงมีได้เพราะบรรลุธรรมใด พระศาสดาผู้ทรงฉลาด ในพระนิพพานทรงแสดงธรรมนั้นว่า นิพพาน”
ลักษณะเป็นต้นของพระนิพพาน
เอตํ จ นิพฺพานํ นาม ตยิทํ สนฺติลกฺขณํ, อจฺจุติรสํ อสฺสาสกรณรสํ วา, อนิมิตฺต-ปจฺจุปฏฺฐานํ นิสฺสรณปจฺจุปฏฺฐานํ วาติ เวทิตพฺพํ.
“อนึ่ง พระนิพพาน มีสภาพสงบ[จากทุกข์และกิเลส] มีหน้าที่ไม่คลาดเคลื่อน หรือมีหน้าที่ทำให้สบายใจ มีการไม่มีนิมิตเป็นเครื่องปรากฏ หรือมีความหลุดพ้น[จาก สังขตธรรม]เป็นผล”
[พระนิพพานไม่มีเหตุใกล้ เพราะพ้นจากเหตุปัจจัยทั้งปวงที่มาปรุงแต่ง]
พระนิพพานมีอยู่จริง
เอตฺถาห- น ปรมตฺถโต นิพฺพานํ นาม เอโก สภาโว อตฺถิติตฺถิยานํ อตฺตา วิย สส-วิสาณํ วิยจอ นุปลพฺภนียโตติ.น ,ป ญฺญาจกฺขุนา อุปปริกฺขิยมานานํ หิตคเวสีนํ ยถานุรูปาย