Abhidhammāvatāra

คัมภีร์อภิธัมมาวตาร

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 279 | >>
ปฏิปตฺติยา อุปลพฺภนียโต. ยํ หิ ปุถุชฺชนา โนปลพฺภนฺติ, ตํ “นตฺถี”ติ น วตฺตพฺพํ.

“ถามว่า : สภาวะอย่างหนึ่งที่ชื่อว่า พระนิพพาน ไม่มีจริงโดยปรมัตถ์เหมือนอัตตา ของพวกเดียรถีย์และเขากระต่ายเป็นต้น เพราะไม่ปรากฏอยู่จริง มิใช่หรือ

ตอบว่า: ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น เพราะพระนิพพานเป็นสภาวะปรากฏด้วยการปฏิบัติ ตามสมควรแก่ผู้แสวงหาประโยชน์เกื้อกูลที่พิจารณาด้วยปัญญาจักษุโดยแท้จริงแล้วสภาวะ ที่ปุถุชนไม่รับรู้ไม่ควรกล่าวว่า ไม่มี”

[คำว่า สสวิสาณ (เขากระต่าย) เป็นสำนวนทางภาษาที่เรียกว่าตัทธัมมูปจาระ คือส ำ น ว น ที่กล่าวถึงสิ่งที่ไม่มีจริงให้เหมือนมีจริงดังคำว่าขํปุปฺผ (ดอกฟ้า) กจฺฉปโลม (หนวดเต่า) วาตปุปฺผ (ดอกลม) วญฺฌาปุตฺต( บุตรหญิงหมัน) กกฺกฏโลหิต (เลือดปู) ในพระบาลีมีอุทาหรณ์ว่า คงฺคา กุมุทินี สนฺตา สงฺขวณฺณา จ โกกิลา ชมฺพู ตาลผลํ ทชฺชา อถ นูน ตทา สิยา.

“เมื่อใดแม่น้ำคงคาสงบดารดาษด้วยดอกบัวก็ดีนกดุเหว่าสีขาวเหมือนสังข์ก็ดีต้นหว้าให้ ผลเป็นผลตาลก็ดี เมื่อนั้นเราทั้งสองพึงอยู่ร่วมกันได้แน่”

ยทา กจฺฉปโลมานํ ปาวาโร ติวิโธ สิยา เหมนฺติกํ ปาวุรณํ อถ นูน ตทา สิยา.

“เมื่อใด ผ้าห่มสามชนิดจะพึงสำเร็จได้ด้วยขนเต่าใ ช้เป็นเครื่องกันหนาวในคราวน้ำค้างตก ได้ เมื่อนั้น เราทั้งสองพึงอยู่ร่วมกันได้แน่”

ยทา มกสปาทานํ อฏฺฏาโล สุกโต สิยา ทฬฺโห จ อวิกมฺปี จ อถ นูน ตทา สิยา.

“เมื่อใด เท้ายุงทั้งหลายจะพึงทำเป็นป้อมมั่นคงดีไม่หวั่นไหว อาจจะทนบุรุษผู้ขึ้นรบได้ตั้ง ร้อย เมื่อนั้น เราทั้งสองพึงอยู่ร่วมกันได้แน่”

ยทา สสวิสาณานํ นิสฺเสณี สุกตี สิยา สคฺคสฺสาโรหณตฺถาย อถ นูน ตทา สิยา.

“เมื่อใด เขากระต่ายจะพึงทำเป็นบันไดเพื่อขึ้นไปสวรรค์ได้ เมื่อนั้น เราทั้งสองพึงอยู่ร่วม

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka