Abhidhammāvatāra

คัมภีร์อภิธัมมาวตาร

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 284 | >>

ความสิ้นกิเลสที่ยังไม่เกิดขึ้นไม่ใช่พระนิพพาน

กิญฺจภิยฺโย- ยทิขโย นิพฺพานํ ภเวยฺย, โคตฺรภุโวทานมคฺคผลจิตฺตานํ กึ นุอารมฺมณํ วเทสิ. วท ภทฺรมุขาติ. ราคาทีนํ ขยเมว วทามีติ. กึ ปน ราคาทโย โคตฺรภุอาทีนํ ขเณ ขียนฺติ,อุทาหุขียิสฺสนฺติ,อ ถขีณาติ.กึ ปเนตฺถขีเณเสฺวว ขยํ วทามีติ.สุฏฺฐุอุปธาเรตฺวา วท ภทฺรมุขาติ. ยทิ ขีเณเสฺวว ขยํ วเทสิ, น โคตฺรภุจิตฺตาทีนํ นิพฺพานารมฺมณตา สิชฺฌตีติ. กึ การณํ. โคตฺรภุกฺขเณ ราคาทโย ขียิสฺสนฺติ. ตถา โวทานกฺขเณ. มคฺคกฺขเณ ปน ขียนฺติ.นขีณา, ผลกฺขเณ ขีณา. เอวํ สนฺเต ภวโต มเตน ผลเมว ขยารมฺมณํ,นอิตเร. อิตเรสํ ปน กิมารมฺมณํ วเทสีติ.อ ทฺธา โส อารมฺมณํ อปสฺสนฺโต นิรุตฺตโร ภวิสฺสติ.

“ถามว่า:ถ้าความสิ้นกิเลสเท่านั้นเป็นพระนิพพาน อารมณ์ของจิตคือ โคตรภู โวทาน มรรค และผล คืออะไร ท่านผู้เจริญ โปรดตอบเถิด [โคตรภูคือ ญาณที่เป็นอนันตร-ปัจจัยแก่โสดาปัตติมรรค โวทาน คือ ญาณที่เกิดก่อนอริยมรรคเบื้องสูง ๓]

ตอบว่า : อารมณ์ของจิตดังกล่าว คือ ความสิ้นไปแห่งราคะเป็นต้น

ถามว่า : ราคะเป็นต้นกำลังสิ้นไป จักสิ้นไป หรือสิ้นไปแล้ว ในขณะเกิดโคตรภู เป็นต้น

ตอบว่า : เรากล่าวความสิ้นไปเมื่อกิเลสดับไปแล้วท่านผู้เจริญท่านใคร่ครวญดี แล้วจงถามเถิด

ถ้าราคะเป็นต้นสิ้นไปในขณะดับกิเลสแล้ว หากเป็นดังนี้ โคตรภูจิตเป็นต้นก็รู้ พระนิพพานเป็นอารมณ์ไม่ได้ เพราะราคะเป็นต้นจักสิ้นไปในขณะเกิดโคตรภูและโวทาน แต่ กำลังสิ้นไปในขณะเกิดมรรคจิตมิใช่สิ้นไปแล้วทั้งมีสภาพสิ้นไปแล้วในขณะเกิดผลจิตเ มื่อ เป็นเช่นนั้น ตามมติของท่าน ผลจิต[ที่เกิดในขณะสิ้นกิเลสแล้ว]ก็มีอารมณ์คือความสิ้นไป จิต อื่น [โคตรภูจิต โวทานจิต มรรคจิต] มีอารมณ์คือความสิ้นไปไม่ได้ อารมณ์ของจิตเหล่านั้น คืออะไร ปรวาที (ผู้มีความเห็นแย้งกัน) นั้นไม่พบอารมณ์[ของโคตรภูจิตเป็นต้น] จักตอบ ไม่ได้เป็นแน่”

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka