Abhidhammāvatāra

คัมภีร์อภิธัมมาวตาร

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 29 | >>
วิปจฺจติ. ปฏิสนฺธิยา วีติวตฺตาย ปวตฺติยํ ยาวตายุกํ ภวงฺคํ หุตฺวา วิปจฺจติ. อิฏฺฐมชฺฌตฺเต ปญฺจารมฺมณวีถิยา สนฺตีรณํ หุตฺวา, พลวารมฺมเณ ฉทฺวาเร ตทารมฺมณํ หุตฺวา, มรณกาเล จุติ หุตฺวาติอิเมสุปน ปญฺจสุฐาเนสุวิปจฺจตีติ. เอวํ ตาว อเหตุกวิปากจิตฺตานิเวทิตพฺพานิ.

“มโนวิญญาณธาตุที่ไม่มีเหตุ ๒ ดวงอื่นมีสภาพรู้อารมณ์ ๖ มีหน้าที่ไต่สวน[อารมณ์]เป็นต้น มีความเป็นอย่างนั้นเป็นเครื่องปรากฏ มีหทัยวัตถุเป็นเหตุใกล้ มโนวิญญาณธาตุจิตดวงแรกประกอบกับโสมนัส เพราะมีอารมณ์เป็น[อติ]อิฏฐารมณ์ แน่นอน ทำกิจสันตีรณกิจในทวาร ๕ ย่อมให้ผลในทวาร ๕ ส่วนในทวาร ๖ ย่อมให้ผลเป็น ตทารมณ์ในอารมณ์ที่ปรากฏชัดมาก [อติมหันตารมณ์ และอติวิภูตารมณ์] มโนวิญญาณธาตุจิตดวงที่ ๒ ประกอบกับอุเบกขา เพราะมีอารมณ์เป็นอิฏฐ-มัชฌัตตารมณ์แน่นอน ย่อมให้ผลในฐานะ ๕ เพราะเป็นไปด้วยอำนาจของปฏิสนธิภวังค์ จุติ สันตีรณะ และตทารมณ์ ถามว่า: จิตดังกล่าวย่อมให้ผลในฐานะ ๕ อย่างไร ตอบว่า : ลำดับแรก ในปฏิสนธิกาลย่อมให้ผลปฏิสนธิของหมู่มนุษย์มีผู้ที่ตาบอด แต่กำเนิด หนวกแต่กำเนิดใ บ้แต่กำเนิดบ้าแต่กำเนิดบัณเฑาะก์ คนสองเพศ และกระเทย เป็นต้น ในมนุษย์โลก [และเทวดาชั้นต่ำในจาตุมหาราชิกาภูมิ]เ มื่อล่วงเลยปฏิสนธิแล้วย่อม ให้ผลเป็นภวังค์ในปวัตติกาลตลอดชีวิต และย่อมให้ผลในฐานะ ๕ เหล่านี้ คือเ ป็นสันตีรณะ ในวิถีที่มีอารมณ์ ๕ [ปัญจทวารวิถี] ในอิฏฐมัชฌัตตารมณ์ เป็นตทารมณ​์ทางทวาร ๖ ในอารมณ์ ที่ปรากฏชัดมาก และเป็นจุติในเวลาเสียชีวิต โปรดทราบอเหตุก[กุศล]วิปากจิตอย่างนี้ก่อน”

๔๓. กามาวจรปุญฺญสฺสวิปากา โหนฺติ โสฬส
ตํ ติเหตุกปุญฺญสฺส วเสน ปริทีปเย.

“วิปากจิต ๑๖ ดวงย่อมมีแก่กามาวจรกุศล บัณฑิตพึงแสดงวิปากจิตนั้นด้วยอำนาจของกุศลที่มีเหตุ ๓”

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka