Abhidhammāvatāra

คัมภีร์อภิธัมมาวตาร

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 293 | >>

ปริจเฉทที่ ๑๒

ปัญญัตตินิเทศ

(คำอธิบายบัญญัติ)

ประเภทของบัญญัติ

เอตฺถาห “กึ เอตฺตกเมว เญยฺยํ,อุทาหุอญฺญมฺปิ อตฺถี”ติ.อ ตฺถิปญฺญตฺตินามาติ. สา ปเนสา ปญฺญาเปตพฺพโต ปญฺญาปนโต จ “ปญฺญตฺตี”ติวุจฺจติ. เตเนวาห “ยา เตสํ เตสํ ธมฺมานํ สงฺขา สมญฺญา ปญฺญตฺติโวหาโร นามํ นามกมฺมํ นามเธยฺยํ นิรุตฺติพฺยญฺชนํ อภิ-ลาโป”ติ.๓๗

“ถามว่า : ธรรมที่ควรรู้มีเพียงเท่านี้หรือ ธรรมอื่นยังมีอีกไหม ตอบว่า : ธรรมที่ควรรู้ชื่อว่า บัญญัติ มีอยู่ บัญญัตินั้นเรียกว่า ปญฺญตฺติ เพราะพึงถูกให้รู้ได้[ด้วยสัททบัญญัติ] และทำให้รู้ [อรรถบัญญัติและสภาวธรรม] สมจริงดังพระพุทธวจนะว่า ‘สังขา (สิ่งที่ถูกเรียก) สมัญญา (สิ่งที่ถูกหมายรู้)ปัญญัตติ(สิ่งที่ถูกสมมุติ) โวหาร (สิ่งที่ถูกเรียกขาน) นามะ (ชื่อที่น้อมไปสู่ความหมาย) นามกัมมะ (ชื่อที่บุคคลพึงตั้ง) นาม-เธยยะ (ชื่อที่บุคคลพึงทรงจำ) นิรุตติ(ชื่อที่บุคคลพูดโดยสละเนื้อความอันไม่ชัดเจน) พยัญชนะ (ชื่อที่แสดงเนื้อความ) อภิลาปะ (ชื่อที่กล่าวเนื้อความให้ประจักษ์)แ ห่งธรรมนั้นๆ [มีอยู่]’”

[ชื่อว่าสังขา สมัญญา ปัญญัตติและโวหาร เป็นอรรถบัญญัติคือสิ่งที่ถูกสื่อความหมาย ส่วนชื่อว่า นามะ นามกัมมะ นามเธยยะ นิรุตติพยัญชนะ และอภิลาปะ เป็นสัททบัญญัติคือค ำ สื่อ ความหมาย]

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka