วัตถุต่างชนิดกัน ควรตอบว่าไ ม่พึงกล่าวเช่นนั้น เพราะไม่พ้นไปจากโทษที่ได้กล่าวไว้แล้วว่า ‘อัตตาไม่มีเจตนา’
ด้วยเหตุดังกล่าว จึงไม่มีอัตตาอย่างใดอย่างหนึ่งที่เป็นผู้ทำกรรมหรือเสวยผลกรรม นอกจากสภาวะปรมัตถ์เท่านั้น”
การแสดงธรรมโดยประกอบใช้สมมุติบัญญัติ
ยทิ เอวํ อถ กสฺมา ภควตา-
๗๗๙. “อสฺมา โลกา ปรํ โลกํ โส จ สนฺธาวตี นโร
โส จ กโรติ เวเทติ สุขทุกฺขํ สยํกตนฺ”ติ จ.๓๘
๗๘๐. “สตฺโต สํสารมาปนฺโน ทุกฺขมสฺส มหพฺภยํ
อตฺถิ มาตา อตฺถิ ปิตา อตฺถิ สตฺโตปปาติโก”ติ จ.๓๙
๗๘๑. “ภารา หเว ปญฺจกฺขนฺธา ภารหาโร จ ปุคฺคโล
ภาราทานํ ทุกฺขํ โลเก ภารนิกฺเขปนํ สุขนฺ”ติ จ.๔๐
๗๘๒. “ยญฺหิ กโรติ ปุริโส กาเยน วาจา อุท เจตสา
ตญฺหิ ตสฺส สกํ โหติ ตญฺจ อาทาย คจฺฉตี”ติ จ.๔๑
๗๘๓. “เอกสฺเสเกน กปฺเปน ปุคฺคลสฺสฏฺฐิสญฺจโย
สิยา ปพฺพตสโม ราสิ อิติ วุตฺตํ มเหสินา”ติ จ.๔๒
๗๘๔. “อสฺสทฺโธ อกตญฺญู จส นฺธิจฺเฉโท จ โย นโร
หตาวกาโส วนฺตาโส ส เว อุตฺตมโปริโส”ติ จ.๔๓
วุตฺตนฺติ.
“หากเป็นตามนี้ เหตุใดพระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า
‘นรชนนั้นย่อมแล่นไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น เขาย่อมกระทำกรรม เสวยสุขและทุกข์ ที่ตนได้กระทำไว้