Abhidhammāvatāra

คัมภีร์อภิธัมมาวตาร

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 307 | >>

สัตว์เกิดในสงสารแล้ว เขาได้รับทุกข์ภัยอันใหญ่หลวง มีมารดา มีบิดา มีสัตว์ผู้ เกิดอยู่ ขันธ์ ๕เ ป็นภาระโดยแท้ ส่วนบุคคลเป็นผู้นำภาระไป การรับเอาภาระเป็นทุกข์ ในโลก การปลงภาระเป็นสุข

บุรุษทำกรรมใดทางกาย วาจา ใจ กรรมนั้นเป็นสมบัติของเขา เขาย่อมรับเอากรรม นั้นไป พระพุทธเจ้าผู้แสวงหาคุณอันใหญ่หลวงตรัสว่า กองกระดูกของบุคคลหนึ่งในกัป หนึ่ง เทียบเท่ากองภูเขา

ผู้ไม่เชื่อง่ายตามคำของคนอื่นรู้แจ้งพระนิพพานที่ไม่กระทำโดยปัจจัย หมดการ เวียนว่ายตายเกิด หมดโอกาสที่จะเกิดใหม่ และหมดกิเลสที่ทำให้หวัง บุคคลนั้นเรียกว่า ผู้ประเสริฐ’” สจฺจํ เอวํ วุตฺตํ ภควตา. ตญฺจโ ขส มฺมุติวเสน. น ปรมตฺถโต. นนุภควตา อิทมฺปิ วุตฺตํ-

๗๘๕. “กึ นุ สตฺโตติ ปจฺเจสิ มาร ทิฏฺฐิคตํ นุ เต
สุทฺธสงฺขารปุญฺโชยํ นยิธ สตฺตุปลพฺภตี”ติ จ.๔๔
๗๘๖. “ยถาปิ องฺคสมฺภารา โหติ สทฺโท รโถ อิติ
เอวํ ขนฺเธสุ สนฺเตสุ โหติ สตฺโตติ สมฺมุตี”ติ จ.๔๕

“ตอบว่า:ถูกต้องแล้ว พระผู้มีพระภาคตรัสไว้อย่างนั้นแ ต่เป็นการตรัสโดยเนื่อง ด้วยสมมุติบัญญัติ มิได้ตรัสไว้โดยสภาวธรรม ดังพระพุทธวจนะว่า

‘ดูกรมาร ท่านเชื่ออะไรว่าเป็นสัตว์เล่า ความเชื่อของท่านเป็นความเห็นผิดสิ่งนี้ เป็นเพียงกองสังขารล้วนๆ ไม่มีสัตว์ในโลกนี้

อุปมาดั่งคำว่า รถ ย่อมมีด้วยหมู่แห่งองค์ประกอบ ฉันใด เมื่อขันธ์มีอยู่ จึงมีสมมุติ ว่าสัตว์ ฉันนั้น’”

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka