๗๙๒. สีลํ จาริตฺตวาริตฺต- วเสน ทุวิธํ มตํ
ตํ ปนาจฺฉิทฺทมกฺขณฺฑ- มกมฺมาสมนินฺทิตํ.
๗๙๓. กตฺตพฺพํ อตฺถกาเมน วิเวกสุขมิจฺฉตา
สีลญฺจ นาม ภิกฺขูนํ อลงฺกาโร อนุตฺตโร.
“ศีลมี๒ ประเภทโดยจำแนกเป็นจาริตตศีล( ศีลที่ควรประพฤติคือสิกขาบทที่ ทรงห้้ามไว้้ในคัมภีร์อุภโตวิภังค์) และวาริตตศีล( ศีลที่ควรงดเว้นคือศีลที่ทรงอนุญาตไว้ใน คัมภีร์ขันธกะ) ภิกษุผู้หวังประโยชน์ปรารถนาสุขในวิเวก พึงประพฤติศีลให้ไม่ขาด ไม่ทะลุ ไม่ด่างพร้อย และผู้รู้ตำหนิไม่ได้ ขึ้นชื่อว่าศีลเป็นเครื่องประดับอันยอดเยี่ยมของภิกษุทั้งหลาย”
[วิเวก มี ๓ ประการ คือ
- กายวิเวก ความสงัดแห่งกาย หมายถึง การหลีกเร้นจากหมู่คณะ
- จิตตวิเวก ความสงัดแห่งจิต หมายถึง ความไม่มีแห่งนิวรณ์กิเลสด้วยมหัคคตจิตและ โลกุตตรจิต
- อุปธิวิเวก ความสงัดจากอุปธิคือกิเลส ๑๐ และขันธ์ ๕อันเป็นที่ตั้งแห่งสุข โสมนัส และทุกข์ หมายถึง พระนิพพาน] ๗๙๔. รตนํ สรณํ เขมํ ตาณํ เลณํ ปรายณํ จินฺตามณิ ปณีโต จ สีลํ ยานมนุตฺตรํ.
“ศีลเป็นรัตนะ ที่พึ่ง แดนเกษม ที่พำนักคุ้มครอง หลบภัย ประดุจแก้วจินดามณี ที่งามตระการ เป็นยานอันยอดเยี่ยม”
๗๙๕. สีตลํ สลิลํ สีลํ กิเลสมลโธวนํ
คุณานํ มูลภูตญฺจ โทสานํ พลฆาติ จ.
“ศีลเป็นน้ำเย็นชำระล้างมลทินกิเลส เป็นมูลเหตุของคุณธรรมทั้งหลาย และกำจัด กำลังของโทษ [กิเลส]”
๗๙๖. ติทิวาโรหณญฺเจตํ โสปานํ ปรมุตฺตมํ
มคฺโค เขโม จ นิพฺพาน- นครสฺส ปเวสเน.