“ศีลเป็นบันไดอันยอดเยี่ยมสูงสุดเพื่อไปสู่สวรรค์ เป็นทางเกษมในการเข้าไปสู่มหานคร คือพระนิพพาน”
๗๙๗. ตสฺมา สุปริสุทฺธํ ตํ สีลํ ทุวิธลกฺขณํ
กตฺตพฺพํ อตฺถกาเมน ปิยสีเลน ภิกฺขุนา.
“ดังนั้นภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รักผู้ปรารถนาประโยชน์ พึงประพฤติศีลทั้งสองประเภท นั้นให้บริสุทธิ์ดี”
ปลิโพธ ๑๐
๗๙๘. กาตพฺโพ ปน สีลสฺมึ ปริสุทฺเธ ฐิเตนิธ
ปลิโพธสฺสุปจฺเฉโท ปลิโพธา ทสาหุ จ.
๗๙๙. “อาวาโส จ กุลํ ลาโภ คโณ กมฺมญฺจ ปญฺจมํ
อทฺธานํ ญาติ อาพาโธ คนฺโถ อิทฺธีติ เต ทสา”ติ.๔๖
“ภิกษุผู้ดำรงอยู่ในศีลอันบริสุทธิ์นี้แล้ว พึงตัดปลิโพธ (ความห่วงใยกังวล) ปลิโพธมี ๑๐ ประการ ดังสาธกกล่าวว่า ‘ปลิโพธเหล่านั้นมี๑๐ ประการ คือที่อยู่ ตระกูลปัจจัยสี่ หมู่คณะ การงาน การ เดินทาง ญาติโรค การเรียนคัมภีร์ และฤทธิ์’”
๘๐๐. ปลิโพธสฺสุปจฺเฉทํ กตฺวา ทสวิธสฺสปิ
อุปสงฺกมิตพฺโพ โส กมฺมฏฺฐานสฺส ทายโก.
“เมื่อตัดปลิโพธทั้ง ๑๐ ประการแล้ว พึงเข้าไปหากัลยาณมิตรผู้สอนกรรมฐานนั้น เถิด”
[กรรมฐาน มี ๒ อย่าง คือ
- สัพพัตถกกรรมฐานกรรมฐานที่เหมาะสมแก่คนทั้งหมด มี๓อ ย่าง คือ เมตตาภาวนา มรณานุสสติภาวนา และอสุภภาวนา (ในคัมภีร์อรรถกถาบางฉบับกล่าวถึงพุทธานุสสติภาวนาอีกด้วย)
- ปาริหาริยกรรมฐาน กรรมฐานที่พึงเจริญตามสมควรแก่จริต คือ กรรมฐาน ๔๐๔๗]