Abhidhammāvatāra

คัมภีร์อภิธัมมาวตาร

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 319 | >>

“กรรมฐาน ๓ คือ พรหมวิหารข้างต้น [เมตตา กรุณา และมุทิตา] ย่อมทำให้เกิด รูปฌานเบื้องต่ำ ๓ [ตามจตุกกนัย] พรหมวิหารที่ ๔[ อุเบกขาพรหมวิหาร] และอรูปกรรมฐาน ย่อมทำให้เกิดฌาน ที่ ๔”

[อุเบกขาพรหมวิหารย่อมให้ได้แต่รูปจตุตถฌานตามจตุกกนัย สำหรับอรูปกรรมฐาน ๔ ย่อม ทำให้ผู้เจริญได้อรูปฌาน ๔ โดยเฉพาะๆ]

๘๒๐. วเสนารมฺมณงฺคานํ ทุวิโธ สมติกฺกโม
โคจราติกฺกมารูเป รูเป ฌานงฺคติกฺกโม.

“การล่วงพ้นมี ๒ อย่างโดยประเภทแห่งอารมณ์และองค์ฌาน การล่วงพ้นอารมณ์มีในอรูปกรรมฐาน การล่วงพ้นองค์ฌานมีในรูปกรรมฐาน”

กรรมฐานที่ควรขยายมี ๑๐

๘๒๑. ทเสว กสิณาเนตฺถว ฑฺเฒตพฺพานิ โหนฺติ หิ
น จ วฑฺฒนิยา เสสา ภวนฺติ อสุภาทโย.

“ในบรรดากรรมฐานเหล่านี้ กสิณ ๑๐ เป็นกรรมฐานที่ควรขยาย กรรมฐานอื่นมีอสุภะเป็นต้น ไม่ควรขยาย”

กรรมฐาน ๒๒ ทำให้เกิดปฏิภาคนิมิต

๘๒๒. ทเสว กสิณาเนตฺถอ สุภานิ ทสาปิ จ
อานาปานสตี เจว ตถา กายคตาสติ.
๘๒๓. ปฏิภาคนิมิตฺตานิ โหนฺติ อารมฺมณานิ หิ
เสสา เนว ปฏิภาค- นิมิตฺตารมฺมณา สิยํุ.

“กรรมฐาน ๒๒ เหล่านี้ คือก สิณ๑ ๐อ สุภะ ๑๐ อานาปานสติ๑ กายคตาสติ๑ มีอารมณ์เป็นปฏิภาคนิมิต

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka