วิปากจิตนี้ โดยมีฌานเป็นเหตุ”
๔๙. อภาโวธิปตีนญฺจ อยเมว วิเสสโต
เสสํ สพฺพํ จ เสเสน กุสเลน สมํ มตํ.
เอวํ รูปาวจรารูปาวจรวิปากา เวทิตพฺพา.
“ในรูปาวจรวิปากจิตนี้ไม่มีอธิบดี๔นี้คือความต่างจากรูปาวจรกุศล ข้อที่เหลือ ทั้งหมด พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเหมือนรูปาวจรกุศลทั้งหมด โปรดทราบรูปาวจรวิปากจิตและอรูปาวจรวิปากจิตอย่างนี้”
โลกุตตรวิปากจิต
อิทานิโลกุตฺตรวิปากจิตฺตานิโหนฺติ. ตานิจตุมคฺคสมฺปยุตฺตจิตฺตผลตฺตา จตุพฺพิธานิ โหนฺติ.ก ถํ. โสตาปตฺติมคฺคผลจิตฺตํ สกทาคามิมคฺคผลจิตฺตํ อนาคามิมคฺคผลจิตฺตํ อรหตฺต-มคฺคผลจิตฺตนฺติ. เอวํ ปเนตฺถ เอเกกํ ฌานงฺคโยคเภทโต ปญฺจวิธํ,ปุนม คฺควีถิผลสมาปตฺติ-วเสน ปวตฺติโต ทุวิธํ. เอวํ โลกุตฺตรกุสลวิปากจิตฺตานิ เวทิตพฺพานิ.
“บัดนี้ ข้าพเจ้าจะกล่าวถึงโลกุตตรวิปากจิต จิตเหล่านั้นมี ๔ ดวง เพราะเป็นผลของจิตที่ประกอบกับมรรค ๔ คือ จิตที่เป็นผลของโสดาปัตติมรรค ดวงหนึ่ง จิตที่เป็นผลของสกทาคามิมรรค ดวงหนึ่ง จิตที่เป็นผลของอนาคามิมรรค ดวงหนึ่ง จิตที่เป็นผลของอรหัตตมรรค ดวงหนึ่ง จิตแต่ละดวงในจิตเหล่านี้ มี ๕ อย่าง โดยประเภทแห่งการประกอบกับองค์ฌาน มี ๒ อย่าง โดยเป็นไปด้วยอำนาจของมรรควิถีและผลสมาบัติ โปรดทราบวิปากจิตของโลกุตตรกุศลอย่างนี้”
๕๐. สุญฺญตํ อนิมิตฺตนฺติ ตถาปณิหิตนฺติปิ
เอตานิ ตีณิ นามานิ มคฺคสฺสานนฺตเร ผเล.
“ชื่อ ๓ อย่างคือ สุญญตะ อนิมิตตะ และอัปปณิหิตะ ย่อมมีในผลจิตต่อจากมรรค