“กสิณทั้ง ๑๐ เป็นปัจจัยแก่อภิญญา พรหมวิหารทั้ง ๓ ก็เป็นปัจจัยแก่พรหมวิหารที่ ๔”
๘๓๔. เหฏฺฐิมํ เหฏฺฐิมารุปฺปํ อุปรูปริมสฺส หิ
ตถา จตุตฺถมารุปฺปํ นิโรธสฺสาติ ทีปิตํ.
“อรูปกรรมฐานเบื้องต่ำๆ เป็นปัจจัยแก่อรูปกรรมฐานเบื้องสูงๆ อรูปกรรมฐานที่ ๔ เป็นปัจจัยแก่นิโรธสมาบัติ”
๘๓๕. สพฺพานิ จ ปเนตานิ จตฺตาลีสวิธานิ ตุ
วิปสฺสนาภวสมฺปตฺติ-สุขานํ ปจฺจยา สิยุํ.
“อนึ่ง กรรมฐานทั้ง๔ ๐อ ย่างนี้ เป็นปัจจัยแก่วิปัสสนา สมบัติในภพ และความสุข [ในปัจจุบัน]”
ข้อปฏิบัติของผู้สอนกรรมฐาน
๘๓๖. กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวาน อาจริยสฺส สนฺติเก
วสนฺตสฺส กเถตพฺพํ อาคตสฺสาคตกฺขเณ.
“อาจารย์พึงบอกกรรมฐานแก่ภิกษุผู้เรียนเอากรรมฐานแล้วอยู่ในสำนักของตน ใน ขณะที่เธอเข้ามาพบทุกครั้ง”
ข้อปฏิบัติของผู้เรียนกรรมฐาน
๘๓๗. อุคฺคเหตฺวา ปนญฺญตฺรค นฺตุกามสฺส ภิกฺขุโน
นาติสงฺเขปวิตฺถารํ กเถตพฺพํ ตุ เตนปิ.
“อาจารย์นั้นพึงบอกกรรมฐานแก่ภิกษุผู้ปรารถนาจะเรียนกรรมฐานแล้วไปอยู่ที่อื่น โดยไม่ย่อหรือพิสดารนัก”
๘๓๘. กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวาน สมฺมฏฺฐานํ มโนภุโน
อฏฺฐารสหิ โทเสหิ นิจฺจํ ปน วิวชฺชิเต.