“ภิกษุผู้มีปัญญากระทำดวงกสิณให้เรียบเหมือนหน้ากลองดีแล้วปัดกวาดสถานที่ วางดวงกสิณแล้ว ไปอาบน้ำกลับมา”
๘๕๑. หตฺถปาสปฺปมาณสฺมึ ตมฺหา กสิณมณฺฑลา
ปเทเส ตุ สุปญฺญตฺเต อาสนสฺมึ สุอตฺถเต.
๘๕๒. อุจฺเจ ตตฺถ นิสีทิตฺวา วิทตฺถิจตุรงฺคุเล
อุชุํ กายํ ปณิธาย กตฺวา ปริมุขํ สตึ.
“เธอนั่งบนอาสนะที่ปูลาดไว้ดีแล้วสูง๑คืบ๔นิ้วห่างจากดวงกสิณนั้นราวหนึ่ง หัตถบาส (สองศอกกับหนึ่งคืบ) แล้วตั้งกายตรง ดำรงสติไว้เฉพาะ[อารมณ์กรรมฐาน]”
การปรารภความเพียร
๘๕๓. กาเมสฺวาทีนวํ ทิสฺวา เนกฺขมฺมํ ทฏฺฐุ เขมโต
ปรมํ ปีติปาโมชฺชํ ชเนตฺวา รตนตฺตเย.
๘๕๔. “ภาคี อสฺสมหํ อทฺธา อิมาย ปฏิปตฺติยา
ปวิเวกสุขสฺสา”ติ กตฺวา อุสฺสาหมุตฺตมํ.
“เธอเห็นโทษในกามทั้งหลาย และเห็นกุศลธรรมว่าเป็นทางเกษม ก่อให้เกิดความ ปีติและปราโมทย์ยิ่งในพระรัตนตรัยได้กระทำความเพียรอันสูงสุดว่าข้าพเจ้าจงเป็นผู้มีส่วน แห่งสุขที่เกิดจากวิเวกด้วยข้อปฏิบัตินี้”
วิธีเพ่งกสิณ
๘๕๕. อากาเรน สเมเนว อุมฺมีลิตฺวาน โลจนํ
นิมิตฺตํ คณฺหตา สาธุ ภาเวตพฺพํ ปุนปฺปุนํ.
“เธอพึงลืมตาดูด้วยอาการพอดี[ไม่เบิกตาให้โตหรือหรี่ตาเล็กจนเกินไป] ถือเอานิมิต เจริญไปเรื่อยๆ ด้วยดี”
๘๕๖. น วณฺโณ เปกฺขิตพฺโพ โส ทฏฺฐพฺพํ น จ ลกฺขณํ
วณฺณํ ปน อมุญฺจิตฺวา อุสฺสทสฺส วเสน หิ.