๘๕๗. จิตฺตํ ปณฺณตฺติธมฺมสฺมึ ฐเปเตฺวกคฺคมานโส
“ปถวี ปถวิจฺ”เจวํ วตฺวา ภาเวยฺย ปณฺฑิโต.
“ภิกษุผู้มีปัญญาไม่ควรเพ่งสีอย่างเดียว [เหมือนเพ่งวัณณกสิณ] และไม่ควรเพ่ง ลักษณะ[แข็งของปฐวีธาตุ]แ ต่ควรตั้งจิตไว้ในบัญญัติ[วงกสิณสีอรุณ] ด้วยความมีมาก[ของ ปฐวีธาตุ]พึงบริกรรมในใจเจริญกรรมฐานอย่างนี้ว่า ปฐวี ปฐวี (ดินๆ)”
[บัญญัติว่า ปฐวี(ดิน) มีได้เพราะสสัมภารปฐวีธาตุ(ปฐวีธาตุพร้อมทั้งที่ตั้ง) มีมากกว่าธาตุ อื่น นอกจากนั้น ในเวลาเจริญกสิณไ ม่ควรเพ่งดูสีอรุณห รือเพ่งดูลักษณะแข็งของปฐวีธาตุแต่ควรตั้ง จิตไว้ในบัญญัติคือสสัมภารปฐวีธาตุอันเป็นที่ตั้งแห่งสีอรุณแ ล้วบริกรรมในใจหรือบริกรรมออกเสียงว่า ปฐวีปฐวี]
๘๕๘. ปถวี เมทนี ภูมิ วสุธา จ วสุนฺธรา
เอวํ ปถวินาเมสุ เอกํ วตฺตุมฺปิ วฏฺฏติ.
“การกล่าวชื่ออย่างหนึ่งในชื่อของปฐวีอย่างนี้ว่า ปฐวีเมทนีภูมิวสุธา วสุนธรา ย่อมควร”
๘๕๙. อุมฺมีลิตฺวา นิมีลิตฺวา อาวชฺเชยฺย ปุนปฺปุนํ
ยาวุคฺคหนิมิตฺตํ ตุ นุปฺปชฺชติ จ ตาว โส.
“เธอพึงลืมตาบ้าง หลับตาบ้าง นึกถึงอยู่เสมอๆ จนกระทั่งอุคคหนิมิตบังเกิดขึ้น”
อุคคหนิมิต
๘๖๐. เอวํ ภาวยโต ตสฺสปุน เอกคฺคเจตโส
ยทา ปน นิมีเลตฺวา อาวชฺชนฺตสฺส โยคิโน.
๘๖๑. ยถา อุมฺมีลิเต กาเล ตถาปาถํ ตุ ยาติ เจ
ตทุคฺคหนิมิตฺตํ ต- มุปฺปนฺนนฺติ ปวุจฺจติ.
“ครั้นเธอผู้มีใจตั้งมั่นได้เจริญกรรมฐานอยู่อย่างนี้ เมื่อใด ดวงกสิณมาปรากฏแก่ เธอผู้หลับตานึกถึงอยู่เหมือนเห็นในขณะลืมตา เมื่อนั้นก ล่าวได้ว่าอุคคหนิมิตเกิดขึ้นแล้ว”