“ถามว่า: ความต่างกันระหว่างอุคคหนิมิตที่กล่าวไว้ก่อนกับปฏิภาคนิมิตนี้ คืออะไร ตอบว่า: ปฏิภาคนิมิตเหมือนวงกระจกเกลี้ยงเกลาที่นำออกจากถุงใส่ดุจพระจันทร์ เพ็ญที่ลอยพ้นจากก้อนเมฆ เหมือนนกกระยางใกล้กลีบเมฆ เหมือนกับชำแรกอุคคหนิมิต ออกมา มีสภาพผุดผ่องยิ่งกว่าอุคคหนิมิต ย่อมปรากฏแก่นักปฏิบัติ”
ลักษณะของปฏิภาคนิมิต
๘๗๔. ตนุสณฺฐานวนฺตญฺจว ณฺณวนฺตํ น เจว ตํ
อุปฏฺฐาการมตฺตํ ตํ ปญฺญชํ ภาวนามยํ.
“ปฏิภาคนิมิตไม่มีสัณฐานและสีสรร เป็นเพียงอาการปรากฏที่เกิดจากปัญญา สำเร็จ ด้วยการภาวนา”
[ปฏิภาคนิมิตนั้นเป็นรูปารมณ์แทนอุคคหนิมิตที่เกิดขึ้นด้วยอำนาจสมาธิของนักปฏิบัติและ ไม่มีสภาวปรมัตถ์รองรับอยู่แต่อย่างใดอีกด้วย เพียงแต่มีสภาพเป็นบัญญัติ]
อุปจารสมาธิและอัปปนาสมาธิ
๘๗๕. ปฏิภาเค สมุปฺปนฺเน นิมิตฺเต ภาวนามเย
โหนฺติ วิกฺขมฺภิตาเนว ปญฺจ นีวรณานิปิ.
๘๗๖. กิเลสา สนฺนิสินฺนาว ยุตฺตโยคสฺส ภิกฺขุโน
จิตฺตํ สมาหิตํเยว อุปจารสมาธินา.
“เมื่อปฏิภาคนิมิตอันเกิดจากภาวนาได้เกิดขึ้นแล้วแ ม้นิวรณ์ ๕ย่อมถูกข่มไว้ได้ กิเลสทั้งหลายสงบนิ่งไป จิตของภิกษุผู้บำเพ็ญเพียรย่อมตั้งมั่นดีด้วยอุปจารสมาธิ”
๘๗๗. อากาเรหิ ปน ทฺวีหิ สมาธิยติ มานสํ
อุปจารกฺขเณ ตสฺสป ฏิลาเภ สมาธิโน.
“จิตย่อมตั้งมั่นในขณะทั้ง๒คือ ขณะบรรลุอุปจารสมาธิและขณะบรรลุอัปปนา-สมาธิ”