๘๗๘. นีวารณปฺปหาเนน อุปจารกฺขเณ ตถา
องฺคานํ ปาตุภาเวน ปฏิลาภกฺขเณ ปน.
“จิตย่อมตั้งมั่นด้วยการละนิวรณ์ได้ในอุปจารสมาธิและด้วยการปรากฏแห่งองค์-ฌานในขณะบรรลุอัปปนาสมาธิ”
ความต่างกันของสมาธิทั้งสอง
๘๗๙. ทฺวินฺนํ ปน สมาธีนํ กึ นานากรณํ ปน
องฺคานิ ถามชาตานิ อุปจารกฺขเณ น จ.
๘๘๐. อปฺปนาย ปนงฺคานิ ถามชาตานิ ชายเร
ตสฺมา ตํ อปฺปนาจิตฺตํ ทิวสมฺปิ ปวตฺตติ.
“ถามว่า : สมาธิทั้งสองต่างกันอย่างไร ตอบว่า : องค์ฌานในขณะบรรลุอุปจารสมาธิ ยังไม่มีกำลัง แต่ในอัปปนาสมาธิ มีกำลังมาก ดังนั้น อัปปนาจิตจึงดำเนินไปได้ตลอดวัน”
ควรรักษาปฏิภาคนิมิต
๘๘๑. ปลฺลงฺเกน จ เตเนว วฑฺเฒตฺวา ตํ นิมิตฺตกํ
อปฺปนํ อธิคนฺตุํ โส สกฺโกติ ยทิ สุนฺทรํ.
“ถ้านักปฏิบัติเจริญปฏิภาคนิมิตแล้วบรรลุอัปปนาสมาธิได้ด้วยการนั่งคู้บัลลังก์[ที่เริ่ม บรรลุปฏิภาคนิมิต]นั้น ก็เป็นการดี”
๘๘๒. โน เจ สกฺโกติ โส เตน ตํ นิมิตฺตํ ตุ โยคินา
จกฺกวตฺติยคพฺโภว รตนํ วิย ทุลฺลภํ.
๘๘๓. สตตํ อปฺปมตฺเตน รกฺขิตพฺพํ สตีมตา
นิมิตฺตํ รกฺขโต ลทฺธํ ปริหานิ น วิชฺชติ.
“ถ้าเธอไม่อาจจะบรรลุอัปปนาสมาธิได้ ก็ควรมีสติไม่ประมาทอยู่เสมอ พึงรักษาปฏิ-