Abhidhammāvatāra

คัมภีร์อภิธัมมาวตาร

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 331 | >>
๘๗๘. นีวารณปฺปหาเนน อุปจารกฺขเณ ตถา
องฺคานํ ปาตุภาเวน ปฏิลาภกฺขเณ ปน.

“จิตย่อมตั้งมั่นด้วยการละนิวรณ์ได้ในอุปจารสมาธิและด้วยการปรากฏแห่งองค์-ฌานในขณะบรรลุอัปปนาสมาธิ”

ความต่างกันของสมาธิทั้งสอง

๘๗๙. ทฺวินฺนํ ปน สมาธีนํ กึ นานากรณํ ปน
องฺคานิ ถามชาตานิ อุปจารกฺขเณ น จ.
๘๘๐. อปฺปนาย ปนงฺคานิ ถามชาตานิ ชายเร
ตสฺมา ตํ อปฺปนาจิตฺตํ ทิวสมฺปิ ปวตฺตติ.

“ถามว่า : สมาธิทั้งสองต่างกันอย่างไร ตอบว่า : องค์ฌานในขณะบรรลุอุปจารสมาธิ ยังไม่มีกำลัง แต่ในอัปปนาสมาธิ มีกำลังมาก ดังนั้น อัปปนาจิตจึงดำเนินไปได้ตลอดวัน”

ควรรักษาปฏิภาคนิมิต

๘๘๑. ปลฺลงฺเกน จ เตเนว วฑฺเฒตฺวา ตํ นิมิตฺตกํ
อปฺปนํ อธิคนฺตุํ โส สกฺโกติ ยทิ สุนฺทรํ.

“ถ้านักปฏิบัติเจริญปฏิภาคนิมิตแล้วบรรลุอัปปนาสมาธิได้ด้วยการนั่งคู้บัลลังก์[ที่เริ่ม บรรลุปฏิภาคนิมิต]นั้น ก็เป็นการดี”

๘๘๒. โน เจ สกฺโกติ โส เตน ตํ นิมิตฺตํ ตุ โยคินา
จกฺกวตฺติยคพฺโภว รตนํ วิย ทุลฺลภํ.
๘๘๓. สตตํ อปฺปมตฺเตน รกฺขิตพฺพํ สตีมตา
นิมิตฺตํ รกฺขโต ลทฺธํ ปริหานิ น วิชฺชติ.

“ถ้าเธอไม่อาจจะบรรลุอัปปนาสมาธิได้ ก็ควรมีสติไม่ประมาทอยู่เสมอ พึงรักษาปฏิ-

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka