๘๘๙. เอวญฺหิ สมฺปาทยโต อปฺปนาโกสลฺลํ ปน
ปฏิลทฺเธ นิมิตฺตสฺมึ อปฺปนา สมฺปวตฺตติ.
“โดยแท้จริงแล้ว เมื่อเธอทำความเป็นผู้ฉลาดในอัปปนาให้ถึงพร้อมอยู่เช่นนี้ อัปปนาสมาธิย่อมเป็นไปด้วยดีในปฏิภาคนิมิตที่ได้รับแล้ว”
ไม่ควรละความเพียร
๘๙๐. เอวญฺหิ ปฏิปนฺนสฺส สเจ สา นปฺปวตฺตติ
ตถาปิ น ชเห โยคํ วายเมเถว ปณฺฑิโต.
“ถ้าเธอปฏิบัติแล้วอย่างนี้ อัปปนาสมาธิยังไม่เกิดขึ้น ถึงอย่างนั้น เธอผู้มีปัญญา ควรพยายามต่อไป อย่าละความเพียร”
หิตฺวา หิ สมฺมาวายามํ วิเสสํ นาม มาณโว อธิคจฺเฉ ปริตฺตมฺปิ ฐานเมตํ น วิชฺชติ.
“บุคคลละความเพียรชอบแล้วอาจบรรลุคุณธรรมวิเศษแม้เล็กน้อยได้ ข้อนี้มิใช่ ฐานะที่มีได้”
[คาถาข้างต้นพบในอภิธัมมาวตารนิสสัยใหม่ (หน้า ๔๙๐) และฉบับมูลนิธิภูมิพโล (หน้า
๓๗๑) แต่ไม่พบในฉบับมหาจุฬาฯ และฉบับเทวนาครีคาดว่าเป็นคาถาเดิมของอภิธัมมาวตาร เพราะ
ฎีกาใหม่ได้อ้างถึงคาถานี้ไว้]
ควรปรับวิริยะกับสมาธิ
๘๙๑. จิตฺตปฺปวตฺติอาการํ ตสฺมา สลฺลกฺขยํ พุโธ
สมตํ วีริยสฺเสว โยชเยถ ปุนปฺปุนํ.
“ดังนั้น เธอผู้มีปัญญาควรกำหนดอาการเป็นไปของจิต[ที่หดหู่หรือฟุ้งซ่าน]แล้ว ควร ประกอบวิริยะให้สม่ำเสมอ[กับสมาธิ]เป็นนิตย์”
๘๙๒. อีสกมฺปิ ลยํ ยนฺตํ ปคฺคณฺหเถว มานสํ
อจฺจารทฺธํ นิเสเธตฺวา สมเมว ปวตฺตเย.