“พึงยกจิตที่ย่อหย่อนแม้เพียงเล็กน้อย พึงห้ามความเพียรที่ปรารภเกินไป แล้วทำ จิตให้เป็นไปพอดี”
๘๙๓. ลีนตุทฺธตภาเวหิ โมจยิตฺวาน มานสํ
ปฏิภาคนิมิตฺตาภิ-มุขํ ตํ ปฏิปาทเย.
“พึงเปลื้องจิตจากความหดหู่และความฟุ้งซ่าน ทำจิตให้ดำเนินไปมุ่งหน้าสู่ปฏิภาค-นิมิต”
การบรรลุปฐมฌาน
๘๙๔. เอวํ นิมิตฺตาภิมุขํ ปฏิปาทยโต ปน
อิทาเนวปฺปนา ตสฺส สา สมิชฺฌิสฺสตีติ จ.
๘๙๕. ภวงฺคํ ปน ปจฺฉิชฺช ปถวีกสิณํ ตถา
ตโทวารมฺมณํ กตฺวา มโนทฺวารมฺหิ โยคิโน.
๘๙๖. ชายเตวชฺชนํ จิตฺตํ ตเตฺรวารมฺมเณ ตโต
ชวนานิ จ ชายนฺเต ตสฺส จตฺตาริ ปญฺจ วา.
“เมื่อเธอทำจิตให้ดำเนินไปมุ่งหน้าสู่ปฏิภาคนิมิตอย่างนี้ อาวัชชนจิตย่อมเกิดแก่ เธอทางมโนทวารรับอารมณ์เป็นปฏิภาคนิมิตคือปฐวีกสิณนั้น โดยตัดกระแสภวังค์ด้วยอาการว่า อัปปนาสมาธิจักสำเร็จ ณ บัดนี้ ต่อจากนั้น ชวนจิต ๔ หรือ ๕ ดวง ย่อมเกิดแก่เธอใน อารมณ์นั้นเอง”
[ชวนจิต ๔ ดวง คืออุปจาระ อนุโลม โคตรภูและอัปปนาชวนะ ย่อมเกิดแก่ติกขบุคคล คือ ผู้รู้เร็ว ชวนจิต ๕ ดวง คือบ ริกรรม อุปจาระ อนุโลม โคตรภูและอัปปนาชวนะ ย่อมเกิดแก่มันท-บุคคล คือ ผู้รู้ช้า]
๘๙๗. อวสาเน ปเนกํ ตุ รูปาวจริกํ ภเว
ตกฺกาทโย ปนญฺเญหิ ภวนฺติ พลวตฺตรา.