“ในที่สุด[แห่งกามาวจรกุศลชวนะ] ชวนจิตดวงหนึ่งเป็นรูปาวจรชวนะ องค์ฌาน ๕ อันมีวิตกเป็นต้นก็มีกำลังยิ่งกว่ากามาวจรจิตอื่น”
การได้ชื่อว่าบริกรรมเป็นต้น
๘๙๘. อปฺปนาเจตโส ตานิ ปริกมฺโมปจารโต
วุจฺจนฺติ ปริกมฺมานิ อุปจารานิ จาติปิ.
๘๙๙. อปฺปนายานุโลมตฺตา อนุโลมานิ เอว จ
ยํ ตํ สพฺพนฺติมํ เอตฺถ โคตฺรภูติ ปวุจฺจติ.
“กามาวจรชวนะเหล่านั้นได้ชื่อว่าบ ริกรรม เพราะปรุงแต่งอัปปนา ชื่อว่าอุปจาระ เพราะดำเนินไปใกล้อัปปนา ชื่อว่าอ นุโลม เพราะคล้อยตามอัปปนา ชวนจิตดวงสุดท้ายในจิต เหล่านี้ได้ชื่อว่า โคตรภู”
[ชวนจิตดวงที่ ๑ ในกามาวจนชวนะทั้ง ๔ ดวงได้ชื่อว่าบ ริกรรม อุปจาระ และอนุโลม แม้ ชวนจิตดวงที่ ๒ และที่ ๓ก็ได้ชื่อทั้งสามอย่างนั้น กามาวจรชวนจิตดวงที่ ๓ที่เกิดแก่ติกขบุคคลหรือ กามาวจรชวนจิตดวงที่ ๔ ที่เกิดแก่มันทบุคคล ได้ชื่อว่า โคตรภู]
๙๐๐. คหิตาคหเณเนตฺถป ริกมฺมปฺปนาทิกํ
ทุติยํ อุปจารํ ตํ ตติยํ อนุโลมกํ.
๙๐๑. จตุตฺถํ โคตฺรภุ ทิฏฺฐํ ปญฺจมํ อปฺปนามโน
ปฐมํ อุปจารํ วา ทุติยํ อนุโลมกํ.
๙๐๒. ตติยํ โคตฺรภุ ทิฏฺฐํ จตุตฺถํ อปฺปนามโน
จตุตฺถํ ปญฺจมํ วาติ อปฺเปติ น ตโต ปรํ.
“โดยการไม่ถือเอาชื่อซ้ำกันในชวนจิตเหล่านี้ ชวนจิตดวงที่ ๑ชื่อว่าบ ริกรรม ดวง ที่ ๒ ชื่อว่า อุปจาระ ดวงที่ ๓ ชื่อว่า อนุโลม ดวงที่ ๔ ชื่อว่า โคตรภู ดวงที่ ๕ ชื่อว่า อัปปนา