อีกนัยหนึ่ง ดวงที่ ๑ ชื่อว่า อุปจาระ ดวงที่ ๒ ชื่อว่า อนุโลม ดวงที่ ๓ ชื่อว่า โคตรภูดวงที่ ๔ชื่อว่า อัปปนา ชวนจิตดวงที่ ๔ หรือที่ ๕ ย่อมถึงอัปปนาได้ ชวนจิตถัดจากนั้นไปไม่ถึงอัปปนา”
[ฌานวิถีของมันทบุคคลมี๕ ขณะ คือบ ริกรรม อุปจาระ อนุโลม โคตรภูและฌาน ส่วน ฌานวิถีของติกขบุคคลมี๔ ขณะ คืออุปจาระ อนุโลม โคตรภูและฌาน ชวนจิตเหล่านี้ คือบ ริกรรม อุปจาระ อนุโลม และโคตรภูเป็นกามาวจรชวนจิตที่เป็นมหากุศลญาณสัมปยุตตจิต๔ห รือมหากิริยา-ญาณสัมปยุตตจิต ๔]
จิตดวงที่ ๖ และที่ ๗ ไม่เป็นชวนะ
๙๐๓. ฉฏฺเฐ วา สตฺตเม วาปิ อปฺปนา เนว ชายติ
อาสนฺนตฺตา ภวงฺคสฺส ชวนํ ปติ ตาวเท.
“อัปปนาย่อมไม่เกิดในชวนจิตดวงที่ ๖ และที่ ๗ ชวนจิตย่อมตกไปในขณะนั้น เพราะใกล้ภวังค์”
๙๐๔. ปุริมาเสวนํ ลทฺธา ฉฏฺฐํ วา สตฺตมมฺปิ วา
อปฺเปตีติ ปเนตฺถาห โคทตฺโต อาภิธมฺมิโก.
“ในเรื่องนี้ พระโคทัตตะผู้ทรงพระอภิธรรมกล่าวว่า ชวนจิตดวงที่ ๖ และที่ ๗เ มื่อ ได้รับอาเสวนปัจจัยจากจิตดวงก่อนแล้ว ย่อมถึงอัปปนาได้”
[ฉบับมหาจุฬาฯ และฉบับมูลนิธิภูมิพโลฯ มีรูปในบาทที่ ๑ว่าปุริเมหาเสวนํ ลทฺธา ตาม ฉบับฉัฏฐสังคายนา ในที่นี้ใช้ตามฉบับเทวนาครีซึ่งมี ๘ พยางค์ตามฉันทลักษณ์]
๙๐๕. ธาวนฺโต หิ ยถา โกจิ นโร ฉินฺนตฏามุโข
ฐาตุกาโม ปริยนฺเต ฐาตุํ สกฺโกติ เนว โส.
๙๐๖. เอวเมว ปนจฺฉฏฺเฐ สตฺตเม วาปิ มานโส
น สกฺโกตีติ อปฺเปตุํ เวทิตพฺพํ วิภาวินา.