“บุรุษคนใดคนหนึ่งผู้วิ่งตรงไปสู่เหว แม้ต้องการจะหยุดก็หยุดที่ขอบเหวไม่ได้ ฉันใด จิตย่อมถึงอัปปนาไม่ได้ในชวนจิตดวงที่ ๖ หรือที่ ๗ ฉันนั้น บัณฑิตพึงทราบอย่างนี้”
๙๐๗. เอกจิตฺตกฺขณาเยว โหตายํ อปฺปนา ปน
ตโต ภวงฺคปาโตว โหตีติ ปริทีปิตํ.
“ท่านแสดงไว้[ในคัมภีร์อรรถกถา]ว่าอัปปนาชวนะนี้มีขณะจิตเดียวเท่านั้นถัดจาก นั้นไปก็ตกภวังค์”
๙๐๘. ตโต ภวงฺคํ ฉินฺทิตฺวา ปจฺจเวกฺขณเหตุกํ
อาวชฺชนํ ตโต ฌาน- ปจฺจเวกฺขณมานสํ.
“ต่อจากนั้น อาวัชชนจิตอันเป็นเหตุแห่งการพิจารณาย่อมตัดกระแสภวังค์แล้วเกิด ขึ้นห ลังจากนั้นจิตที่พิจารณา[องค์]ฌานย่อมเกิดขึ้น”
[ปัจจเวกขณวิถีที่มีมโนทวาราวัชชนจิต๑ค รั้ง มหากุศลหรือมหากิริยาชวนะ ๗ ครั้งก็เกิด ขึ้นหลายๆ รอบทำการพิจารณาองค์ฌานทั้ง ๕ โดยเฉพาะๆ ว่าเป็นวิตก วิจาร ปีติสุข และเอกัคคตา เสมือนผู้ที่ตื่นจากหลับแ ล้วพิจารณาความฝันของตนว่าได้ฝันเรื่องอะไรบ้าง]
นิวรณ์ ๕
๙๐๙. กามจฺฉนฺโท จ พฺยาปาโท ถินมิทฺธญฺจ อุทฺธโต
กุกฺกุจฺจํ วิจิกิจฺฉา จ ปหีนา ปญฺจิเม ปน.
“นิวรณ์ ๕ เหล่านี้ คือ กามฉันทะ พยาบาท ถีนมิทธะ อุทธัจจกุกกุจจะ และ วิจิกิจฉา ย่อมถูกละไปได้”
[นิวรณ์ธรรมต่างๆ ย่อมสงบลงเป็นอย่างดี ไม่มีโอกาสจะปรากฏขึ้นมาเป็นปริยุฏฐานได้]
๙๑๐. วิตกฺเกน วิจาเรน ปีติยา จ สุเขน จ
เอกคฺคตาย สํยุตฺตํ ฌานํ ปญฺจงฺคิกํ อิทํ.
“ปฐมฌานนี้มีองค์ ๕ ประกอบด้วยวิตก วิจาร ปีติ สุข และเอกัคคตา”