อย่างไรก็ตาม สัมมาทิฏฐิเป็นต้นยังประกอบในผลจิตอีกด้วย คำว่า มรรค จึงหมายเอาผลจิตโดยอ้อม เพราะเป็นผลของมรรค หรือเพราะเหมือนกับมรรค ตามนัยนี้จัดว่าเป็นสำนวนทางภาษาที่เรียกว่า การณู-ปจาระ คือ สำนวนที่กล่าวถึงเหตุโดยตรง แต่มุ่งให้หมายถึงผลอีกด้วย ซึ่งในที่นี้เป็นการกล่าวถึงเหตุ คือมรรคจิตแ ต่เจตนาหมายถึงผลจิตอีกด้วยหรือจัดเป็นสทิสูปจาระ คือ สำนวนที่กล่าวถึงสิ่งที่คล้ายคลึง กัน แม้พูดถึงมรรคจิตก็รวมถึงผลจิตที่เหมือนกับมรรคจิตโดยอ้อม]
อกุศลวิปากจิต
อิทานิ สตฺตากุสลวิปากานิ วุจฺจนฺติ. อกุสลวิปากํ อุเปกฺขาสหคตํ จกฺขุวิญฺญาณํ, อุเปกฺขาสหคตํ โสตวิญฺญาณํ,อุเปกฺขาสหคตํ ฆานวิญฺญาณํ,อุเปกฺขาสหคตํ ชิวฺหาวิญฺญาณํ, ทุกฺขสหคตํ กายวิญฺญาณํ,อุเปกฺขาสหคตํ อเหตุกมโนธาตุสมฺปฏิจฺฉนํ,อุเปกฺขาสหคตํ อเหตุก-มโนวิญฺญาณธาตุสนฺตีรณนฺติอิมานิ สตฺต อกุสลวิปากจิตฺตานิ.
“บัดนี้ ข้าพเจ้าจะกล่าวถึงอกุศลวิปากจิต ๗ ดวง คือ จิตที่อาศัยจักขุประสาท เกิดร่วมกับอุเบกขาเวทนา เป็นผลของอกุศลกรรม ดวง หนึ่ง จิตที่อาศัยโสตประสาท เกิดร่วมกับอุเบกขาเวทนา ดวงหนึ่ง จิตที่อาศัยฆานประสาท เกิดร่วมกับอุเบกขาเวทนา ดวงหนึ่ง จิตที่อาศัยชิวหาประสาท เกิดร่วมกับอุเบกขาเวทนา ดวงหนึ่ง จิตที่อาศัยกายประสาท เกิดร่วมกับทุกขเวทนา ดวงหนึ่ง สัมปฏิจฉนจิตที่เป็นมโนธาตุอันไม่มีเหตุ เกิดร่วมกับอุเบกขาเวทนา ดวงหนึ่ง สันตีรณจิตที่เป็นมโนวิญญาณธาตุอันไม่มีเหตุ เกิดร่วมกับอุเบกขาเวทนา ดวงหนึ่ง จิตทั้ง ๗ ดวงนี้ ชื่อว่า อกุศลวิปากจิต”
เอตฺถป นอุเปกฺขาสหคตาเหตุกมโนวิญฺญาณธาตุเอกาทสวิเธนาปิ อกุสลจิตฺเตน กมฺเม อายูหิเต กมฺมกมฺมนิมิตฺตคตินิมิตฺเตสุอญฺญตรํ อารมฺมณํ กตฺวา จตูสุอปาเยสุปฏิสนฺธิ หุตฺวา วิปจฺจติ.ป ฏิสนฺธิยา วีติวตฺตาย ทุติยจิตฺตวารํ ตโต ปฏฺฐาย ยาวตายุกํ ภวงฺคํ หุตฺวา, อนิฏฺฐมชฺฌตฺตารมฺมณาย ปญฺจวิญฺญาณวีถิยา สนฺตีรณํ หุตฺวา, พลวารมฺมเณ ฉสุ ทฺวาเรสุ ตทารมฺมณํ หุตฺวา, มรณกาเล จุติ หุตฺวา วิปจฺจติ. เอวํ ปญฺจสุ ฐาเนสุ วิปจฺจติ. เกวลํ หิ