มีสภาพสงบเย็นมีความงาม ๓ ประการ ประกอบด้วยลักษณะ ๑๐ เป็นอันนักปฏิบัตินั้นได้ บรรลุแล้ว เธอผู้ปรารถนาความตั้งมั่นแห่งฌานนั้นโดยประการทั้งปวง พึงชำระปลิโพธแล้วเข้า ฌาน เมื่อเธอเข้าฌานอยู่[เสมอ] ฌานของเธอก็จะตั้งอยู่ได้นาน”
[ความงาม ๓ ประการของปฐมฌาน คือ
๑. ความงามในเบื้องต้น หมายถึง ความบริสุทธิ์แห่งปฏิปทา
๒. ความงามในท่ามกลาง หมายถึง การเจริญอุเบกขา (ตัตรมัชฌัตตุเปกขา)
๓. ความงามในที่สุด หมายถึง ความร่าเริงใจ
ลักษณะ ๑๐ ประการของปฐมฌาน คือ
๑-๓. ความงามในเบื้องต้น ๓ ประการ คือ ความหมดจดจากนิวรณ์ธรรม การบรรลุ อัปนาสมาธิ และความตั้งมั่นด้วยการบรรลุอัปปนาสมาธิ ๔-๖. ความงามในท่ามกลาง ๓ ประการ คือ ความวางเฉยในฌานจิต เพราะไม่ต้องชำระ จิตให้หมดจดอีก ความวางเฉยในจิตที่บรรลุอัปปนา เพราะเป็นจิตตั้งมั่นดีแล้ว และความวางเฉยในจิต ที่มีอารมณ์เดียว ๗-๑๐. ความงามในที่สุด ๔ ประการ คือ ความสม่ำเสมอกันแห่งสมาธิกับวิริยะและปัญญา กับศรัทธา (สมาธิเป็นธรรมหลักในสมถภาวนา ปัญญาเป็นธรรมหลักในวิปัสสนา การที่ธรรมทั้งสอง ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันแล้วดำเนินไปโดยสม่ำเสมอ คือ ความสม่ำเสมอกันแห่งสมาธิและปัญญา) ความ ร่าเริงโดยมีอินทรีย์คือศรัทธาเป็นต้นมีวิมุตติรสเหมือนกัน ความร่าเริงโดยมีวิริยะที่เหมาะสมกับอินทรีย์ และความร่าเริงโดยสภาวะซ่องเสพกำลังแห่งอุปปาทขณะและฐิติขณะของฌาน แม้ฌานอื่นๆ ก็มีความงาม ๓ ประการและประกอบด้วยลักษณะ ๑๐ เช่นกัน๕๔]
วิธีขยายปฏิภาคนิมิต
๙๒๐. จิตฺตภาวนเวปุลฺลํ ปตฺถยนฺเตน ภิกฺขุนา
ปฏิภาคนิมิตฺตํ ตํ วฑฺเฒตพฺพํ ยถากฺกมํ.
“ภิกษุผู้ปรารถนาความไพบูลย์แห่งสมาธิภาวนา พึงขยายปฏิภาคนิมิตนั้นตาม ลำดับ”