๙๘๔. ตมฺหา กสิณรูปาปิ โส นิพฺพิชฺช วิสารโท
อปกฺกมิตุกาโม จ สูกราภิหโตว สา.
“เธอผู้มีปัญญาเบื่อหน่ายปรารถนาจะพ้นไปจากวงกสิณนั้น เหมือนดั่งสุนัขที่ถูก หมูป่าขวิดแล้ว”
[สุนัขที่เคยถูกหมูป่าขวิดเ มื่อมองเห็นหม้อน้ำแต่ไกลย่อมจะตกใจสำคัญว่าเป็นหมูป่าแล้ว วิ่งหนีไป ฉันใด ผู้ที่ปราศจากความพอใจในรูปกายย่อมไม่ยินดีในกสิณคือปฏิภาคนิมิตที่คล้ายกับรูปกาย ฉันนั้น]
๙๘๕. จตุตฺเถ ปน ฌานสฺมึ หุตฺวา จิณฺณวสี วสี
จตุตฺถชฺฌานโต ธีมา วุฏฺฐาย วิธินา ปุน.
“เธอผู้มีปรีชาได้สั่งสมความชำนาญแล้ว มีความชำนาญในจตุตถฌาน ออกจาก จตุตถฌานตามวิธี[ที่กล่าวไว้แล้ว]อีก”
๙๘๖. กโรติ ปนิทํ จิตฺตํ รูปมารมฺมณํ ยโต
อาสนฺนโสมนสฺสญฺจถูลสนฺตวิโมกฺขโต.
๙๘๗. อิติ อาทีนวํ ทิสฺวา จตุตฺเถ ตตฺถ สพฺพโส
นิกนฺตึ ปริยาทาย ปฐมารุปฺปญฺจ สนฺตโต.
“เธอเห็นโทษว่าจตุตถฌานจิตนี้ย่อมรับเอารูปเป็นอารมณ์ และอยู่ใกล้โสมนัสจึง หยาบกว่าอรูปฌานที่ละเอียด แล้วคลายความพอใจในจตุตถฌานโดยสิ้นเชิง”
๙๘๘. จกฺกวาฬปริยนฺตํ ยตฺตกํ วา ปนิจฺฉติ
ตตฺตกํ ปตฺถริตฺวาน ผุฏฺโฐกาสญฺจ เตน ตํ.
๙๘๙. อากาโส อิติ วานนฺโต อากาโส อิติ วา ปุน
มนสา หิ กโรนฺโตว อุคฺฆาเฏติ ปวุจฺจติ.
“เธอแผ่กสิณไปจนจรดขอบจักรวาลหรือตลอดเท่าที่ตนต้องการ มนสิการอยู่ว่า ‘อากาศๆ’ หรือ ‘อากาศไม่มีที่สุด’ ในสถานที่ซึ่งถูกกระทบโดยวงกสิณนั้นย่อมได้ชื่อว่าเพิก