กสิณ”
๙๙๐. อุคฺฆาเฏนฺโต หิ กสิณํ น สํเวลฺเลติ ตํ ปน
น จุทฺธรติ โส โยคี ปูวํ วิย กปาลโต.
๙๙๑. เกวลํ ปน ตํ เนว อาวชฺชติ น เปกฺขติ
นาวชฺชนฺโตนเปกฺขนฺโต อุคฺฆาเฏติ หิ นามโส.
“นักปฏิบัติเมื่อจะเพิกกสิณมิได้ม้วนหรือยกกสิณเหมือนยกขนมจากกระเบื้อง เพียง แต่ไม่ใคร่ครวญนึกถึงกสิณดังกล่าวเท่านั้นเ มื่อไม่ใคร่ครวญนึกถึงก็ชื่อว่า เพิกกสิณ”
๙๙๒. กสิณุคฺฆาฏิมากาสํ นิมิตฺตํ ปน ตํว โส
อากาโส อิติ จิตฺเตน อาวชฺชติ ปุนปฺปุนํ.
“เธอย่อมใคร่ครวญด้วยจิตนึกถึงนิมิตคืออากาศที่ได้จากการเพิกกสิณว่า อากาศ อยู่ เสมอๆ”
๙๙๓. อาวชฺชโต หิ ตสฺเสวํ กโรโต ตกฺกาหตมฺปิ จ
ปญฺจ นีวรณา ตสฺสวิกฺขมฺภนฺติ หิ สพฺพโส.
“เมื่อเธอใคร่ครวญนึกถึงอย่างมั่นคงเช่นนี้ นิวรณ์๕ ของเธอย่อมสงบไปโดยสิ้นเชิง”
๙๙๔. อาเสวติ จ ภาเวติ ตํ นิมิตฺตํ ปุนปฺปุนํ
กโรโต ปน ตสฺเสว สนฺตจิตฺตสฺส โยคิโน.
๙๙๕. ตตฺรากาเส ปนาปฺเปติ ปฐมารุปฺปมานสํ
อิธาปิ ปุริเม ภาเค ตีณิ จตฺตาริ วา ปน.
๙๙๖. ชวนานิ อุเปกฺขาย สมฺปยุตฺตานิ โหนฺติ หิ
จตุตฺถํ ปญฺจมํ วาปิ โหติ อารุปฺปมานสํ.
“เธอย่อมซ่องเสพและเจริญนิมิตนั้นเสมอๆ เมื่อเธอผู้มีจิตสงบกระทำอยู่อย่างนี้ อรูปาวจรจิตดวงที่ ๑ย่อมถึงอัปปนาในอากาศนั้น ชวนจิต๓ห รือ ๔ ดวงที่ประกอบด้วย อุเบกขา ย่อมมีในเบื้องต้นของอรูปาวจรจิตดวงที่ ๑ ชวนจิตดวงที่ ๔ หรือที่ ๕ เป็นอรูปา-