วจรจิต”
วิญญาณัญจายตนฌาน
๙๙๗. ปุน ภาเวตุกาเมน ทุติยารุปฺปมานสํ
สุจิณฺณวสินา หุตฺวา ปฐมารุปฺปมานเส.
๙๙๘. อาสนฺนรูปาวจรชฺ- ฌานปจฺจตฺถิกนฺติ จ
ทุติยารุปฺปจิตฺตํว น จ สนฺตมิทนฺติ จ.
๙๙๙. เอวมาทีนวํ ทิสฺวา ปฐมารุปฺปมานเส
นิกนฺตึ ปริยาทาย ทุติยํ สนฺตโต ปน.
๑๐๐๐. ตมากาสํ ผริตฺวาน ปวตฺตมานสํ ปน
ตญฺจ วิญฺญาณมิจฺเจวํ กตฺตพฺพํ มนสา พหุํ.
“เธอได้สั่งสมความชำนาญไว้ดีแล้วในอรูปาวจรจิตดวงที่ ๑ ปรารถนาจะเจริญ อรูปาวจรจิตดวงที่ ๒เ ห็นโทษในอรูปาวจรจิตดวงที่ ๑อ ย่างนี้ว่าจิตดวงนี้อยู่ใกล้โทษคือ รูปาวจรฌาน และไม่ละเอียดเหมือนอรูปาวจรจิตดวงที่ ๒จึงคลายความพอใจแล้วกำหนดรู้ อากาสานัญจายตนจิตที่แผ่ไปสู่อากาศอยู่เสมอว่า ‘วิญญาณๆ’”
๑๐๐๑. อาวชฺชนญฺจ กตฺตพฺพํ ตถา ตกฺกาหตมฺปิ จ
“อนนฺตนฺ”ติ “อนนฺตนฺ”ติ กาตพฺพํ มนสา นิธ.
“เธอพึงใคร่ครวญนึกถึงอย่างมั่นคง ในฌานนี้ไม่ควรกำหนดว่า ‘อนันตังอ นันตัง’ (ไม่มีที่สุดๆ)”
๑๐๐๒. ตสฺมึ ปน นิมิตฺตสฺมึ วิจาเรนฺตสฺส มานสํ
อุปจาเรน ตํ จิตฺตํ สมาธิยติ โยคิโน.
“เมื่อเธอยังจิตให้ดำเนินไปในนิมิตนั้นอยู่ จิตย่อมตั้งมั่นด้วยอุปจารสมาธิ”
๑๐๐๓. อาเสวติ จ ภาเวติ ตํ นิมิตฺตํ ปุนปฺปุนํ
ตสฺส เจวํ กโรนฺตสฺสส ติสมฺปนฺนเจตโส.