๑๐๐๔. อากาสผุสวิญฺญาเณ ทุติยารุปฺปมานสํ
อปฺเปติ อปฺปนา ยสฺมึ นโย วุตฺตนโยว โส.
“เธอย่อมซ่องเสพและเจริญนิมิตนั้นเสมอ เมื่อเธอมีจิตถึงพร้อมด้วยสติกำหนดอยู่ อย่างนี้ อรูปาวจรจิตดวงที่ ๒ย่อมถึงอัปปนาในวิญญาณที่แผ่ไปสู่อากาศ นัยของอัปปนานี้ เหมือนนัยที่ได้กล่าวไว้แล้วนั่นเอง”
๑๐๐๕. อากาโสยมนนฺโตติ เอวมากาสเมว ตํ
ผริตฺวา ปวตฺตวิญฺญาณํ “วิญฺญาณญฺจนฺ”ติ วุจฺจติ.
“วิญญาณที่แผ่ไปสู่อากาศอย่างนี้ว่า ‘อากาศไม่มีที่สุด’ ย่อมได้ชื่อว่าวิญญาณัญจะ”
๑๐๐๖. มนกฺการวเสนาปิ อนนฺตํ ปริทีปิตํ
“วิญฺญาณานนฺต”มิจฺเจว วตฺตพฺพํ ปนิทํ สิยา.
“ความไม่มีที่สุด[ของอากาศ] แสดงไว้ด้วยการกำหนด[ว่าอากาศไม่มีที่สุด] จึงควร เรียกจิตดวงนี้ว่าวิญญาณานันตะ (วิญญาณไม่มีที่สุด)”
[เมื่อควรกล่าวว่าวิญฺญาณานนฺตใ ห้แปลง น เป็นนิคคหิต และแปลง นฺตเ ป็นจเ มื่อแปลง นิคคหิตเป็นญฺแล้วก็มีรูปว่า วิญฺญานญฺจ ดังสัททนีติปกรณ์ (สุตตมาลา) กล่าวว่า นสฺส นิคฺคหีตํ ตยานเมโก โจ.๕๖
“แปลง น เป็นนิคคหิต และแปลง ตย เป็น จ หนึ่งตัว”]
อากิญจัญญายตนฌาน
๑๐๐๗. อถ ภาเวตุกาเมน ตติยารุปฺปมานสํ
สุจิณฺณวสินา หุตฺวา ทุติยารุปฺปมานเส.
๑๐๐๘. อาสนฺนปฐมารุปฺป- จิตฺตปจฺจตฺถิกนฺติ จ
ตติยารุปฺปจิตฺตํว น จ สนฺตมิทนฺติ จ.
๑๐๐๙. เอวมาทีนวํ ทิสฺวา ทุติยารุปฺปมานเส
นิกนฺตึ ปริยาทาย ตติยํ สนฺตโต ปน.