Abhidhammāvatāra

คัมภีร์อภิธัมมาวตาร

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 360 | >>
๑๐๒๑. อาสนฺนทุติยารุปฺป- จิตฺตปจฺจตฺถิกนฺติ จ
จตุตฺถารุปฺปจิตฺตํว น จ สนฺตมิทนฺติ จ.
๑๐๒๒. เอวมาทีนวํ ทิสฺวา ตติยารุปฺปมานเส
“นิกนฺตึ ปริยาทาย จตุตฺถํ สนฺตโต ปน.
๑๐๒๓. เอวํ มนสิ กตฺวาน ปุน ตตฺเถว ธีมตา
อภาวารมฺมณํ กตฺวา สมฺปวตฺตมิทํ มโน.
๑๐๒๔. “สนฺตํ สนฺตมิทํ จิตฺต”- มิจฺเจวํ ตํ ปุนปฺปุนํ
โหติ อาวชฺชิตพฺพญฺจ กาตพฺพํ มนสาปิ จ.

“เธอได้สั่งสมความชำนาญไว้ดีแล้วในอรูปาวจรจิตดวงที่ ๓แ ล้วปรารถนาจะเจริญ อรูปาวจรจิตดวงที่ ๔ไ ด้เห็นโทษในอรูปาวจรจิตดวงที่ ๓ว่าจิตนี้อยู่ใกล้โทษคืออรูปาวจรจิต ดวงที่ ๒ และไม่ละเอียดเหมือนอรูปาวจรจิตดวงที่ ๔ จึงคลายความพอใจแล้วมนสิการ อรูปาวจรจิตดวงที่ ๔ ว่าละเอียด แล้วใคร่ครวญกำหนดรู้อรูปาวจรจิตดวงที่ ๓ ที่ดำเนิน ไปรับเอาความไม่มีเป็นอารมณ์โดยบริกรรมอยู่เสมอว่า ‘จิตนี้สงบๆ’”

๑๐๒๕. ตสฺมึ นิมิตฺเต ตสฺเสวํ วิจาเรนฺตสฺส มานสํ
สติ ติฏฺฐติ ภิยฺโยปิ สมาธิยติ มานสํ.

“เมื่อเธอยังจิตให้ดำเนินไปในนิมิตนั้นอยู่ สติย่อมเจริญมากขึ้นจิตย่อมตั้งมั่น[ด้วย อุปจารสมาธิ]”

๑๐๒๖. อาเสวติ จ ภาเวติ ตํ นิมิตฺตํ ปุนปฺปุนํ
ตสฺส เจวํ กโรนฺตสฺสส ติสมฺปนฺนเจตโส.
๑๐๒๗. ตติยารุปฺปสงฺขาต- ขนฺเธสุ จ จตูสุปิ
จตุตฺถารุปฺปวิญฺญาณํ ตํ ปนาปฺเปติ โยคิโน.

“เธอย่อมซ่องเสพและเจริญนิมิตนั้นเสมอ เมื่อเธอมีจิตถึงพร้อมด้วยสติกำหนดอยู่ อย่างนี้ อรูปาวจรจิตดวงที่ ๔ ของเธอย่อมถึงอัปปนาในขันธ์ทั้ง๔คืออรูปาวจรจิตดวงที่ ๓”

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka