“โดยแท้จริงแล้ว อภิญญาเป็นเครื่องประดับอันยอดเยี่ยมของเหล่าภิกษุผู้ทรง อภิญญา ย่อมเรียกว่าเครื่องคุ้มครองและศาสตราวุธ”
ประโยชน์ของอภิญญา
๑๐๔๗. นิพฺพตฺติตาสฺวภิญฺญาสุ โยคาวจรภิกฺขุนา
สมาธิภาวนา หิสฺส ตทา นิฏฺฐงฺคตา สิยา.
“เมื่อภิกษุผู้เพียรเจริญภาวนาทำอภิญญาให้เกิดแล้ว สมาธิภาวนาของเธอชื่อว่า สำเร็จในกาลนั้น”
อภิญญา ๕
๑๐๔๘. ทิพฺพานิ จกฺขุโสตานิ อิทฺธิจิตฺตวิชานนํ
ปุพฺเพนิวาสญาณนฺติ ปญฺจาภิญฺญา อิมา สิยุํ.
“อภิญญามี๕อ ย่างเหล่านี้ คือทิพยจักษุ(ตาทิพย์)ทิพโสต (หูทิพย์)อิทธิ(ฤทธิ์) ปรจิตตวิชานนะ (รู้ใจคนอื่น) และปุพเพนิวาสานุสสติ (ระลึกชาติก่อน)”
การฝึกจิตเพื่อบรรลุอภิญญา
๑๐๔๙. กสิณานุโลมตาทีหิ จตุทฺทสนเยหิ จ
ทเมตพฺพมภิญฺญาโย ปตฺตุกาเมน มานสํ.
“ผู้ปรารถนาจะบรรลุอภิญญา พึงฝึกจิตโดยนัยทั้ง ๑๔ ประการมีการเข้าฌานตาม ลำดับกสิณเป็นต้น”
[นัย ๑๔ ประการ คือ
๑. การเข้าฌานไปตามลำดับกสิณตั้งแต่ปฐวีกสิณจนถึงโอทาตกสิณรวมกสิณ๘อ ย่าง เว้น
อากาสกสิณและอาโลกกสิณ (กสิณานุโลม)
๒. การเข้าฌานถอยหลังไปตามลำดับกสิณตั้งแต่โอทาตกสิณจนถึงปฐวีกสิณ (กสิณปฏิโลม)
๓. การเข้าฌานไปตามลำดับและถอยหลังไปตามลำดับตั้งแต่ปฐวีกสิณจนถึงโอทาตกสิณ และ