อิทธิวิธญาณ
๑๐๕๐. ทนฺเต สมาหิเต สุทฺเธ ปริโยทาเต อนงฺคเณ
นุปเกฺลเส มุทุภูเต กมฺมนีเย ฐิตาจเล.
๑๐๕๑. อิติ อฏฺฐงฺคสมฺปนฺเน จิตฺเต อิทฺธิวิธาย จ
อภินีหรติ เจ จิตฺตํ สิชฺฌติทฺธิวิกุพฺพนํ.
“เมื่อจิตที่ฝึกแล้วถึงพร้อมด้วยองค์๘คือตั้งมั่น[ด้วยจตุตถฌานสมาธิ]บ ริสุทธิ์ [จากนิวรณ์] ผุดผ่อง ไม่มีกิเลส ไม่มีเครื่องเศร้าหมอง อ่อนโยน ควรแก่กิริยา ตั้งมั่น ไม่ หวั่นไหว ถ้าเธอน้อมจิตไปเพื่อการแสดงฤทธิ์ การแสดงฤทธิ์ย่อมสำเร็จ”
๑๐๕๒. อภิญฺญาปาทกชฺฌานํ สมาปชฺช ตโต ปน
วุฏฺฐาย หิ สตํ วาปิ สหสฺสํ วา ยทิจฺฉติ.
๑๐๕๓. “สตํ โหมิ สตํ โหมิจฺ”- เจวํ กตฺวาน มานสํ
อภิญฺญาปาทกชฺฌานํ สมาปชฺช ตโต ปน.
๑๐๕๔. วุฏฺฐาย ปุนธิฏฺฐาติ สหาธิฏฺฐานเจตสา
สตํ โหติ หิ โส โยคี สหสฺสาทีสฺวยํ นโย.
“เธอเข้าฌานที่เป็นบาทแห่งอภิญญาแล้วออกจากฌานนั้นถ้าปรารถนาจะเนรมิต เป็น ๑๐๐ หรือ ๑,๐๐๐ คน ก็ตั้งใจไว้ว่า ‘ขอจงเป็น ๑๐๐ คนๆ’ ครั้นเข้าฌานที่เป็นบาทของ อภิญญาแล้วออกจากฌานนั้นอีก เธอก็จะกลายเป็น ๑๐๐ คนได้พร้อมกับจิตที่อธิษฐาน แม้ การเนรมิตเป็น ๑,๐๐๐ คนเป็นต้นก็มีนัยเดียวกัน [เป็นอธิษฐานาอิทธิ]”
๑๐๕๕. ปาทกชฺฌานจิตฺตํ ตุ นิมิตฺตารมฺมณํ สิยา
ปริกมฺมมนาเนตฺถ สตารมฺมณิกานิ ตุ.
“ฌานจิตที่เป็นบาทมีอารมณ์เป็น[ปฏิภาค]นิมิต จิตที่คิดบริกรรมมีอารมณ์เป็นคน ๑๐๐ คน”
๑๐๕๖. ตทาธิฏฺฐานจิตฺตมฺปิ สตารมฺมณเมว ตํ
ปุพฺเพ วุตฺตปฺปนาจิตฺตํ วิย โคตฺรภุนนฺตรํ.