คเหตฺวา อาวชฺชนวเสน จกฺขุวิญฺญาณสฺสปุเรจารีหุตฺวา ภวงฺคํ อาวฏฺฏยมานา อุปฺปชฺชติ. โสตทฺวาราทีสุปิ เอเสว นโย. อิตรา ปน เทฺว อเหตุกมโนวิญฺญาณธาตุโย สาธารณาสาธารณา-ติทุวิธา โหนฺติ.ต ตฺถ อสาธารณา ปน กิริยาเหตุกมโนวิญฺญาณธาตุโสมนสฺสสหคตา ขีณา-สวสฺเสว ฉสุทฺวาเรสุฉสุอนุฬาเรสุอารมฺมเณสุหสิตุปฺปาทกิจฺจา นิยตวตฺถุกา อุปฺปชฺชติ. สาธารณา ปน อเหตุกมโนวิญฺญาณธาตุอุเปกฺขาสหคตา ฉฬารมฺมณวิชานนลกฺขณา, ตถาภาว-ปจฺจุปฏฺฐานา. สา ตีสุภเวสุสพฺเพสํ สจิตฺตกสตฺตานํ สาธารณา, น กสฺสจิปน สจิตฺตกสฺสน อุปฺปชฺชติ นาม. อุปฺปชฺชมานา ปนายํ ปญฺจทฺวารมโนทฺวาเรสุ โวฏฺฐพฺพนาวชฺชนกิจฺจา อุปฺปชฺชติ. ฉ อสาธารณญาณานิปิ เอตาย คหิตารมฺมณเมว คณฺหนฺติ.ส พฺพารมฺมณคหณ-สมตฺถตาย สพฺพญฺญุตญฺญาณคติกาติเวทิตพฺพา. อิมานิตีณิอเหตุกกิริยจิตฺตานิ.
“ในอเหตุกกิริยาจิตเหล่านั้นกิริยาอเหตุกมโนธาตุเกิดร่วมกับอุเบกขา อาศัยหทัย-วัตถุรับเอาอารมณ์นั้นๆ ในขณะที่ปสาทรูปถูกอารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่งในรูปารมณ์ที่เป็นอิฏฐะ (น่าปรารถนา) อิฏฐมัชฌัตตะ (น่าปรารถนาปานกลาง) อนิฏฐะ (ไม่น่าปรารถนา) อนิฏฐ-มัชฌัตตะ (ไม่น่าปรารถนาปานกลาง) กระทบแล้ว ดำเนินไปก่อนหน้าจักขุวิญญาณด้วยอำนาจ ของการใคร่ครวญ ย่อมเกิดขึ้นตัด[กระแส]ภวังค์ แม้โสตทวารเป็นต้นก็มีนัยเดียวกัน ส่วนกิริยาอเหตุกมโนวิญญาณธาตุ ๒ ดวงอื่น มี ๒ อย่าง คือ มโนวิญญาณ-ธาตุทั่วไป[แก่ปุถุชน พระเสกขะ และพระเสกขะ] และมโนวิญญาณธาตุไม่ทั่วไป[ซึ่งเกิดแก่ พระอรหันต์เท่านั้น] มโนวิญญาณธาตุไม่ทั่วไป คือกิริยาอเหตุกมโนวิญญาณธาตุเกิดร่วมกับโสมนัสมี หน้าที่ยังการยิ้มให้เกิดขึ้นมีวัตถุแน่นอน ย่อมเกิดขึ้นแก่พระขีณาสพในอารมณ์ที่สุขุม๖ท า ง ทวาร ๖ มโนวิญญาณธาตุทั่วไป คือกิริยาอเหตุกมโนวิญญาณธาตุเกิดร่วมกับอุเบกขา มี สภาพรู้อารมณ์ ๖มีความเป็นอย่างนั้นเป็นเครื่องปรากฏ กิริยาอเหตุกมโนวิญญาณนั้นย่อม เกิดทั่วไปแก่เหล่าสัตว์ผู้มีจิตทั้งหมดในภพ ๓ ขึ้นชื่อว่าไม่เกิดขึ้นแก่ผู้มีจิตบางคนหามีไม่ วิญญาณธาตุนี้ย่อมเกิดขึ้นมีหน้าที่ตัดสินและพิจารณา[อารมณ์]ทางปัญจทวารและ มโนทวาร[ตามลำดับ] แม้พระญาณที่เกิดเฉพาะพระพุทธเจ้า ๖ (อสาธารณญาณ) ก็รับเอา