รัมมณธรรม (ธรรมมีอารมณ์เป็นมรรค) มัคคเหตุกธรรม (ธรรมมีเหตุคือมรรค) และมัคคาธิปติธรรม (ธรรมมีอารัมมณาธิปติปัจจัยคือมรรค)
- อ ตีตารัมมณติกะ กลุ่มธรรม ๓ บทที่ขึ้นต้นด้วยอตีตารัมมณธรรม คืออ ตีตา-รัมมณธรรม (ธรรมมีอารมณ์เป็นอดีต) อนาคตารัมมณธรรม (ธรรมมีอารมณ์เป็นอนาคต) และปัจจุป-ปันนารัมมณธรรม (ธรรมมีอารมณ์เป็นปัจจุบัน)
- อัชฌัตตารัมมณติกะ กลุ่มธรรม ๓ บทที่ขึ้นต้นด้วยอัชฌัตตารัมมณธรรม คืออัชฌัตตา-รัมมณธรรม (ธรรมมีอารมณ์เป็นธรรมภายใน) พหิทธารัมมณธรรม (ธรรมมีอารมณ์เป็นธรรมภายนอก) และอัชฌัตตพหิทธารัมมณธรรม (ธรรมมีอารมณ์เป็นธรรมภายในและธรรมภายนอก)]
อารมณ์ ๗ ของอิทธิวิธญาณ
๑๑๐๗. ตตฺถ อิทฺธิวิธญาณํ ปริตฺตาทีสุ สตฺตสุ
อารมฺมณวิภาเคสุ ปวตฺตติ กถํ ปน.
๑๑๐๘. กาเยนาทิสฺสมาเนน คนฺตุกาโม ยทา ภเว
จิตฺตสนฺนิสฺสิตํ กตฺวา กายํ จิตฺตวเสน ตํ.
๑๑๐๙. มหคฺคเต จ จิตฺตสฺมึ สมาโรเปติ โส ตทา
กายารมฺมณโต ญาณํ ปริตฺตารมฺมณํ สิยา.
“ถามว่า:อิทธิวิธญาณย่อมเป็นไปในอารมณ์ ๗ อย่างมีกามาวจรเป็นต้นได้ อย่างไร ตอบว่า: เ มื่อใด นักปฏิบัติปรารถนาจะทำกายให้อาศัยจิตแล้วไปด้วยกายที่ใครๆ เห็นไม่ได้ เธอย่อมทำกายให้ผันแปรไปด้วยอำนาจแห่ง[มหัคคต]จิตคือยกขึ้นไว้ในมหัคคตจิต เมื่อนั้น[ อิทธิวิธ]ญาณพึงมีอารมณ์เป็นกามาวจร เพราะมีสีกายเป็นอารมณ์”
[อารมณ์ ๗ อย่าง คือ อารมณ์ที่เป็นกามาวจร มหัคคตะ อดีต อนาคต ปัจจุบัน ธรรม ภายใน และธรรมภายนอก]
๑๑๑๐. ทิสฺสมาเนน กาเยน คนฺตุกาโม ยทา ภเว
กายสนฺนิสฺสิตํ กตฺวา จิตฺตํ กายวเสน ตํ.