Abhidhammāvatāra

คัมภีร์อภิธัมมาวตาร

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 382 | >>

“ทิพโสตญาณย่อมเป็นไปในอารมณ์ ๔ อย่างนี้ คือ ปัจจุบัน กามาวจร ธรรม ภายนอก และธรรมภายใน”

๑๑๑๗. ปจฺจุปฺปนฺโน ปริตฺโต จ สทฺโท อารมฺมณํ ยโต
ปริตฺตารมฺมณํ ปจฺจุปฺ-ป นฺนารมฺมณตํ คตํ.

“เมื่อใด เสียงที่เป็นปัจจุบันและกามาวจรเป็นอารมณ์[ของทิพโสต] เมื่อนั้นทิพโสต เป็นญาณที่มีปัจจุบันและกามาวจรเป็นอารมณ์”

๑๑๑๘. อตฺตโน กุจฺฉิสทฺทสฺส สวเนปิ ปรสฺส จ
อชฺฌตฺตารมฺมณญฺเจว พหิทฺธารมฺมณมฺปิ จ.

“ทิพโสตญาณมีธรรมภายในเป็นอารมณ์ ในขณะได้ยินเสียงในท้องของตน และมี ธรรมภายนอกเป็นอารมณ์ ในขณะฟังเสียงของผู้อื่น”

อารมณ์ ๘ ของเจโตปริยญาณ

๑๑๑๙. เจโตปริยญาณมฺปิ ปริตฺตาทีสุ อฏฺฐสุ
อารมฺมณวิภาเคสุ ปวตฺตติ กถํ ปน.

“แม้เจโตปริยญาณย่อมเป็นไปในอารมณ์ ๘ อย่างมีกามาวจรเป็นต้น ข้อนั้น อย่างไร”

๑๑๒๐. ปริตฺตารมฺมณํ โหติ ปริตฺตานํ ปชานเน
ชานเน มชฺฌิมานํ ตุ ตํ มหคฺคตโคจรํ.

“เจโตปริยญาณมีอารมณ์เป็นกามาวจร ในขณะรู้กามาวจรจิต และมีอารมณ์เป็น มหัคคตะในขณะรู้จิตปานกลาง [รูปาวจรจิต และอรูปาวจรจิต]”

๑๑๒๑. ชานเน ปน มคฺคสฺส ผลสฺสาปิ ปชานเน
ตทา ปนสฺส ญาณสฺสอ ปฺปมาโณว โคจโร.

“ในเวลารู้มรรคจิตและผลจิต เมื่อนั้น อารมณ์ของญาณดังกล่าวเป็นโลกุตตระ”

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka