Abhidhammāvatāra

คัมภีร์อภิธัมมาวตาร

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 383 | >>

383ปริจเฉทที่ ๑๗ อภิญญารัมมณนิเทศ

๑๑๒๒. ตํ มคฺคารมฺมณํ โหติ มคฺคจิตฺตสฺส ชานเน
ปริยาเยเนเวตสฺสม คฺคารมฺมณตา มตา.

“เจโตปริยญาณมีมรรคเป็นอารมณ์เมื่อรู้มรรคจิต ความมีมรรคเป็นอารมณ์ของ

ญาณนั้น พึงทราบโดยปริยาย” [ฎีกาใหม่อธิบายว่า ในคัมภีร์มหาอรรถกถากล่าวว่า เจโตปริยญาณรู้จิตเป็นอารมณ์ ไม่รู้

นามขันธ์อื่นที่เป็นเจตสิกดังนั้น การกล่าวว่าเจโตปริยญาณรับเอามรรคที่จัดเป็นเจตสิกเป็นอารมณ์ จึง เป็นการกล่าวโดยปริยาย อย่างไรก็ตาม ท่านผู้แต่งอรรถกถาประมวลความอ้างพระบาลี ๕๙ว่ากุสลา ขนฺธา อิทฺธิวิธญาณสฺส เจโตปริยญาณสฺสปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส ยถากมฺมูปคญาณสฺส อนาคตํส-ญาณสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย (ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมูปคญาณ อนาคตังสญาณ โดยความเป็นอารัมมณปัจจัย) เจโตปริย-ญาณจึงรับเอานามขันธ์ ๓เ ป็นอารมณ์ได้ ดังนั้น ญาณนี้จึงรับเอามรรคเป็นอารมณ์ได้โดยตรง]

๑๑๒๓. อตีเต สตฺตทิวสพฺ-ภ นฺตเร จ ยทา ปน
อนาคเต ตถา สตฺต- ทิวสพฺภนฺตเรปิ จ.
๑๑๒๔. ปเรสํ ปน จิตฺตสฺส ชานเน สมุทีริตํ
อตีตารมฺมณญฺเจว ตทานาคตโคจรํ.

“เมื่อใดญาณนั้นรู้จิตของผู้อื่นภายใน ๗ วันที่ล่วงไปแล้วและยังไม่มาถึงเ มื่อนั้นย่อม มีอารมณ์เป็นอดีตและอนาคต”

๑๑๒๕. กถญฺจ ปน ตํ ปจฺจุปฺ-ป นฺนโคจรตํ คตํ
ปจฺจุปฺปนฺนํ ติธา วุตฺตํ ขณสนฺตติอทฺธโต.

“ถามว่า : เจโตปริยญาณมีอารมณ์เป็นปัจจุบันได้อย่างไร ตอบว่า: ปัจจุบันมี ๓ อย่างโดยจำแนกเป็นขณะปัจจุบัน( ปัจจุบันโดยขณะ) สันตติ-ปัจจุบัน( ปัจจุบันโดยการสืบต่อ) และอัทธาปัจจุบัน (ปัจจุบันโดยระยะกาล)”

๑๑๒๖. ตตฺถ ติกฺขณสมฺปตฺตํ ปจฺจุปฺปนฺนขณาทิกํ
เอกเทฺวสนฺตติวาร- ปริยาปนฺนมิทํ ปน.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka