Abhidhammāvatāra

คัมภีร์อภิธัมมาวตาร

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 386 | >>

ในการแสดงดังต่อไปนี้”

๑๑๓๕. ยทา ปรสฺส จิตฺตญฺหิ ญาตุมาวชฺชติทฺธิมา
อาวชฺชนมโน ตสฺสป จฺจุปฺปนฺนขณวฺหยํ.
๑๑๓๖. อารมฺมณํ ตทา กตฺวา เตน สทฺธึ นิรุชฺฌติ
ชวนานิ หิ ชายนฺเต ตสฺส จตฺตาริ ปญฺจ วา.

“กล่าวโดยพิสดารว่าเ มื่อใด ท่านผู้มีฤทธิ์นึกจะรู้จิตของผู้อื่นเ มื่อนั้น อาวัชชนจิต ของเธอย่อมรับเอาอารมณ์ที่เป็นขณะปัจจุบันแล้วดับไปพร้อมกับจิตนั้น เธอเกิดชวนจิต๔ หรือ ๕ ดวง”

๑๑๓๗. เอเตสํ ปจฺฉิมํ จิตฺตํ อิทฺธิจิตฺตมุทีริตํ
กามาวจรจิตฺตานิ เสสานีติ วินิทฺทิเส.

“บัณฑิตพึงแสดงว่า ชวนจิตดวงสุดท้ายในจิตเหล่านี้เรียกว่า อิทธิจิต ชวนจิตที่เหลือเป็นกามาวจรจิต”

๑๑๓๘. เอเตสํ ปน สพฺเพสํ นิรุทฺธํ ตุ ตเทว จ
จิตฺตํ อารมฺมณํ โหติ ตสฺมา สพฺพานิ ตานิปิ.
๑๑๓๙. เอการมฺมณตํ ยนฺติ น นานารมฺมณานิ หิ
อทฺธาวสา ภเว ปจฺจุปฺ-ป นฺนารมฺมณโต ปน.

“จิต[ของผู้อื่น]ที่ดับไปแล้วนั้นเป็นอารมณ์ของชวนจิตทุกดวง ดังนั้นจิตดังกล่าวจึง มีอารมณ์เดียวกัน ความมีอารมณ์ต่างกันย่อมไม่มีโดยเนื่องด้วยระยะกาล”

๑๑๔๐. เอการมฺมณภาเวปิ อิทฺธิมานสเมว จ
ปรสฺส จิตฺตํ ชานาติ เนตรานิ ยถา ปน.
๑๑๔๑. จกฺขุทฺวาเร ตุ วิญฺญาณํ รูปํ ปสฺสติ เนตรํ
เอวเมว จ ตํ อิทฺธิ-จิตฺตเมว จ ชานาติ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka