“แม้ชวนจิตเหล่านั้นมีอารมณ์เดียวกันโดยความเป็นอารมณ์ปัจจุบัน อิทธิจิต อย่างเดียวย่อมรู้จิตของผู้อื่นได้ จิตอื่นไม่รู้ อุปมาว่าจักขุวิญญาณจิตเท่านั้นย่อมเห็นรูปจิต อื่นไม่เห็นฉันใด อิทธิจิตอย่างเดียวย่อมรู้จิตของผู้อื่นได้ ฉันนั้น”
๑๑๔๒. ปรจิตฺตารมฺมณตฺตา พหิทฺธารมฺมณํ สิยา
เจโตปริยญาณมฺปิ อฏฺฐเสฺวว ปวตฺตติ.
“เจโตปริยญาณมีอารมณ์เป็นธรรมภายนอก เพราะมีจิตของผู้อื่นเป็นอารมณ์ โดยประการดังนี้ แม้เจโตปริยญาณย่อมเป็นไปในอารมณ์ ๘ อย่าง”
อารมณ์ ๘ ของปุพเพนิวาสานุสสติญาณ
๑๑๔๓. ปุพฺเพนิวาสญาณมฺปิ ปริตฺตาทีสุ อฏฺฐสุ
อารมฺมณวิภาเคสุ ปวตฺตติ กถํ ปน.
“แม้ปุพเพนิวาสานุสสติญาณย่อมเป็นไปในอารมณ์ ๘ อย่างมีกามาวจรเป็นต้น ข้อนั้นอย่างไร”
๑๑๔๔. กามาวจรขนฺธานํ สมนุสฺสรเณ ปน
ปริตฺตารมฺมณํเยว โหตีติ ปริทีปเย.
“บัณฑิตพึงแสดงว่า ญาณดังกล่าวมีอารมณ์เป็นกามาวจร ในขณะระลึกถึงขันธ์ที่ เป็นกามาวจร”
๑๑๔๕. รูปาวจริการุปฺป- ขนฺธานุสฺสรเณ ปน
ภวตีติ หิ ญาตพฺพํ ตํ มหคฺคตโคจรํ.
“ญาณนั้นมีอารมณ์เป็นมหัคคตะ ในขณะระลึกถึงขันธ์ที่เป็นรูปาวจรและอรูปาวจร”
๑๑๔๖. อตีเต อตฺตนา มคฺคํ ภาวิตํ ตุ ผลมฺปิ วา
สมนุสฺสรโต เอวปฺ- ปมาณารมฺมณํ สิยา.
“เมื่อตามระลึกถึงมรรคหรือผลที่ตนได้อบรมไว้ในอดีต ญาณดังกล่าวมีอารมณ์