อารมณ์ ๔ ของทิพยจักษุญาณ
๑๑๕๓. ปจฺจุปฺปนฺเน ปริตฺเต จ พหิทฺธชฺฌตฺติเกสุปิ
จตูเสฺวเตสุ ธมฺเมสุ ทิพฺพจกฺขุ ปวตฺตติ.
“ทิพยจักษุญาณย่อมเป็นไปในอารมณ์ ๔อ ย่างนี้ คือปัจจุบัน กามาวจร ธรรม ภายใน และธรรมภายนอก”
๑๑๕๔. ทิพฺพโสตสมํ ทิพฺพ- จกฺขุ อารมฺมณกฺกเม
รูปํ สทฺโทติ ทฺวินฺนํ ตุ อยเมว วิเสสตา.
“ทิพยจักษุญาณก็คล้ายกับทิพโสตญาณในเรื่องอารมณ์ ญาณทั้งสองต่างกันโดยรูป และเสียงเท่านั้น”
อารมณ์ ๘ ของอนาคตังสญาณ
๑๑๕๕. อนาคตํสญาณมฺปิ ปริตฺตาทีสุ อฏฺฐสุ
อารมฺมณวิภาเคสุ ปวตฺตติ กถํ ปน.
“แม้อนาคตังสญาณย่อมเป็นไปในอารมณ์ ๘ อย่างมีกามาวจรเป็นต้น ข้อนั้น อย่างไร”
๑๑๕๖. นิพฺพตฺติสฺสติ ยํ กามา- วจเรติ ปชานโต
ปริตฺตารมฺมณํ โหติ รูปารูเปสฺวนาคเต.
๑๑๕๗. นิพฺพตฺติสฺสติ ยญฺจาปิ สิยา มหคฺคตโคจรํ
ภาเวสฺสติ อยํ มคฺคํ ผลํ สจฺฉิกริสฺสติ.
๑๑๕๘. เอวํ ปชานเน อปฺป- มาณารมฺมณตํ ภเว
มคฺคํ ภาเวสฺสติจฺเจว ชานเน มคฺคโคจรํ.
“เมื่อนักปฏิบัติรู้ว่าบุคคลนี้จักไปเกิดในกามาวจรภูมิญาณนั้นมีอารมณ์เป็นกามา-วจร เมื่อรู้ว่าจักไปเกิดในรูปาวจรภูมิหรืออรูปาวจรภูมิในอนาคต มีอารมณ์เป็นมหัคคตะ เมื่อ รู้ว่าบุคคลนี้จักอบรมมรรคหรือหยั่งรู้ผล มีอารมณ์เป็นโลกุตตระ เมื่อรู้ว่าเขาจักอบรมมรรค