๑๑๘๐. อสมฺโมหปจฺจุปฏฺฐานา สมาธาสนฺนการณา
เอวเมตฺถ จ วิญฺเญยฺยา ปญฺญาย ลกฺขณาทิกา.
“ข้าพเจ้าได้แสดงความต่างกันของธรรมทั้งสามเหล่านี้แล้ว โปรดทราบลักษณะ เป็นต้นของปัญญาในเรื่องนี้ว่า ปัญญา มีสภาพแทงตลอดสภาวะที่มีจริงของธรรมทั้งปวง มีหน้าที่กำจัดความมืดคือโมหะ มีความไม่หลงเป็นเครื่องปรากฏ มีสมาธิเป็นเหตุใกล้”
ประเภทของปัญญา
กติธาติ เอตฺถ-
๑๑๘๑. ลกฺขเณเนกธา วุตฺตา โลกิกาโลกิกา ทฺวิธา
โลกิเยเนตฺถ มคฺเคน ยุตฺตา สา โลกิกา สิยา.
๑๑๘๒. โลกุตฺตเรน มคฺเคน ยุตฺตา โลกุตฺตรา มตา
ติวิธาปิ สิยา ปญฺญา จินฺตาสุตมยาทิโต.
“ถามว่า:ปัญญามีกี่ประเภท ตอบว่า: ปัญญามี ๑ อย่างโดยลักษณะ มี๒อ ย่าง คือ โลกิยปัญญา และโลกุตตรปัญญา โลกิยปัญญา คือ ปัญญาที่ประกอบกับโลกิยมรรค โลกุตตรปัญญา คือ ปัญญาที่ประกอบกับโลกุตตรมรรค อีกนัยหนึ่งปัญญามี๓อ ย่างโดยจำแนกเป็นสุตมยปัญญา จินตามยปัญญาและ ภาวนามยปัญญา”
๑๑๘๓. ตตฺถตฺตโนว จินฺตาย นิปฺผนฺนตฺตาติ ตสฺส สา
โหติ จินฺตามยา ปญฺญา ภูริปญฺเญน เทสิตา.
“พระศาสดาทรงแสดงว่าปัญญาของบุคคลนั้นชื่อว่าจินตามยะ (ปัญญาเกิดจาก