400 อภิธัมมาวตาร
- เหตุให้บรรลุ (สมฺปาปกเหตุ) คือ อริยมรรค เพราะทำให้บรรลุพระนิพพาน
- เหตุให้รู้ (ญาปกเหตุ) คือ พระบาลี เพราะทำให้รู้ความหมาย] ๑๑๘๙. ตสฺมึ อตฺเถ จ ธมฺเม จ ยา สภาวนิรุตฺติ ตุ
นิรุตฺตีติ จ นิทฺทิฏฺฐา นิรุตฺติกุสเลน สา.
“ภาษาที่ไม่เปลี่ยนแปลงตามปกติมีอยู่ในผลและเหตุเหล่านั้น พระศาสดาผู้ทรง
ฉลาดในนิรุตติทรงแสดงว่าชื่อนิรุตติ” [คำว่านิรุตฺติมาจากศัพท์ว่านิ+อุตฺติแปลตามศัพท์ว่า “ภาษาที่นำออกกล่าว” หมายถึง
มูลภาษาที่ชาวมคธใช้สื่อสารพูดจาในสมัยพุทธกาล ในคัมภีร์อรรถกถา๗๕ กล่าวว่าเป็นภาษาของคน ๔ จำพวก คือ พระพุทธเจ้า พรหม คนต้นกัป และคนที่ไม่เคยได้ยินภาษาใดๆ ภาษาดังกล่าวไม่ เปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาเหมือนภาษาทั่วไป แม้โลกวิบัติไปก็ตั้งอยู่ในพรหมโลก ต่อมาจึงเป็นภาษา ของคนต้นกัปที่มาจากพรหมโลก ดังข้อความในทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค อัคคัญญสูตร๗๖ ความจริงภาษามคธเป็นภาษาที่ละเอียดลึกซึ้งแ ม้คนทั่วไปที่ศึกษาภาษานี้มาเป็นเวลานาน ก็ยากจะเชี่ยวชาญได้ มิต้องกล่าวถึงคนที่ไม่เคยศึกษามาก่อน ดังนั้น ข้อความในคัมภีร์อรรถกถาที่ กล่าวว่าคนที่ไม่เคยได้ยินภาษาใดๆ ก็รู้มูลภาษาได้ คงหมายถึงการเปล่งภาษามคธตามธรรมชาติเพียง เล็กน้อยและไม่ถูกต้องนักอ ย่างไรก็ตาม นักวิชาการตะวันตกกล่าวว่าบุคคลเช่นนั้นไม่อาจพูดภาษา ใดๆ ได้เลย และอ้างว่าคนหูหนวกพูดไม่ได้ เพราะไม่ได้ยินเสียงพูด นิรุตติปฏิสัมภิทาญาณเป็นปัญญาอันแตกฉานในภาษามคธ เช่นเ มื่อได้ยินว่าผ สฺโส เวทนา ย่อมรู้ว่าถูกต้อง หากได้ยินว่า ผสฺสา เวทโน ย่อมรู้ว่าผิด ญาณประเภทนี้รับเอาสัททารมณ์ที่เป็น ปัจจุบันเป็นอารมณ์ ๗๗ ]
๑๑๙๐. ญาณํ อารมฺมณํ กตฺวา ติวิธํ ปจฺจเวกฺขโต
เตสุ ญาเณสุ ยํ ญาณํ ปฏิภานนฺติ ตํ มตํ.
“เมื่อบุคคลพิจารณารับเอาอารมณ์ที่เป็นญาณทั้งสาม ญาณที่เป็นไปในญาณเหล่านั้น ชื่อว่า ปฏิภาณ”