Abhidhammāvatāra

คัมภีร์อภิธัมมาวตาร

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 417 | >>
๑๒๕๘. น เหตฺถ เทโว พฺรหฺมา วา สํสารสฺสตฺถิ การโก
สุทฺธธมฺมา ปวตฺตนฺติ เหตุสมฺภารปจฺจยา”ติ.๘๗

ดังโบราณาจารย์กล่าวว่า

“ความเห็นอย่างนี้ว่า‘ ผู้ทำกรรมไม่มีผู้เสวยผลกรรมไม่มีสภาวธรรมล้วนๆ ย่อม เป็นไป’ ชื่อว่า ความเห็นชอบ เมื่อกรรมและวิบากพร้อมทั้งเหตุปัจจัยดำเนินไปอยู่อย่างนี้ ส่วนเบื้องต้นย่อมไม่ ปรากฏเหมือนส่วนเบื้องต้นของเมล็ดพืชกับต้นไม้เป็นต้น [เมล็ดพืชเกิดจากต้นไม้ ต้นไม้ก็ เกิดจากเมล็ดพืชไ ข่เกิดจากแม่ไก่ แม่ไก่ก็เกิดจากไข่ สิ่งเหล่านี้เป็นเหตุผลของกันและกัน ฉันใด กรรมและวิบากก็เช่นเดียวกัน กรรมเกิดจากวิบาก วิบากก็เกิดจากกรรม ทั้งสองอย่าง เป็นเหตุผลของกันและกันส่วนเบื้องต้นของกรรมและวิบากจึงไม่ปรากฏ] เมื่อสังสารวัฏปรากฏในอนาคตกาล กรรมและวิบากย่อมไม่หมดสิ้นไป เหล่าเดียรถีย์ ผู้ไม่อยู่ในอำนาจของตน เมื่อไม่รู้ข้อความนี้แล้วเข้าใจว่ายั่งยืนหรือขาดสูญ มีความเห็น ขัดแย้งกันย่อมยึดเอาสัตตสัญญาเชื่อมั่นมิจฉาทิฏฐิ๖๒ [ตลอดกาลที่เหล่าสัตว์ยังเวียนตาย เวียนเกิดในสังสารวัฏคือการดำเนินไปไม่ขาดตอนของขันธ์ อายตนะ และธาตุ วิบากย่อม เกิดจากกรรม ทั้งกรรมย่อมเกิดจากวิบาก ผู้ที่ยังละสังโยชน์ไม่ได้ย่อมจะเกิดกรรมและวิบาก ที่เป็นเหตุและผลของกันและกันไปเรื่อยๆ ชาติแล้วชาติเล่า ดังนั้น กรรมและวิบากจึงไม่ หมดสิ้นไปเมื่อสังสารวัฏยังปรากฏอยู่ (ฎีกาใหม่)] พวกเขาถูกผูกโดยเครื่องผูกคือทิฏฐิย่อมถูกกระแสตัณหาพัดพาไป เมื่อถูกกระแส ตัณหาพัดพาไปย่อมไม่พ้นจากทุกข์ ภิกษุผู้เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าย่อมแทงตลอดปัจจัยอันละเอียดลึกซึ้งปราศจาก อัตตาตัวตน กรรมไม่มีในวิบาก วิบากก็ไม่มีในกรรม ทั้งสองอย่างว่างจากกันและกัน วิบาก ย่อมมีโดยปราศจากกรรมไม่ได้ อุปมาว่าไฟไม่มีอยู่ในดวงอาทิตย์ แก้ว[สุริยกานต์] และมูลโค ทั้งไม่มีอยู่ใน ภายนอกวัตถุเหล่านั้นแ ต่เกิดจากเหตุดังกล่าว ฉันใด วิบากก็ไม่มีอยู่ภายในกรรม ทั้งไม่มี

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka