กรุณาและมุทิตาและไม่พร้อมกันดังนั้นจึงมีเจตสิก ๓๔ ดวงพร้อมด้วยเจตสิกดวงหนึ่งใน อนิยตโยคีเจตสิกเหล่านี้”
๖๘. อาทินา ปุญฺญจิตฺเตน เตตฺตึส นิยตา มตา
กรุณามุทิเตเกน จตุตฺตึส ภวนฺติ เต.
“พระผู้มีพระภาคตรัสเจตสิก ๓๓ ดวงที่เกิดเสมอในกุศลจิตดวงที่ ๑ เจตสิกเหล่านั้น กับเจตสิกดวงใดดวงหนึ่งในกรุณา มุทิตา และวิรตีเจตสิก ๓ เป็นเจตสิก ๓๔ ดวง”
๖๙. กสฺมา ปเนตฺถ เมตฺตา จ อุเปกฺขา จ น อุทฺธฏา
เยวาปนกธมฺเมสุ ธมฺมราเชน สตฺถุนา.
๗๐. อพฺยาปาเทน เมตฺตาปิ ตตฺรมชฺฌตฺตตาย จ
อุเปกฺขา คหิตา ยสฺมา ตสฺมา น คหิตา อุโภ.
“ถามว่า : ในเยวาปนกเจตสิกเหล่านี้ เหตุใดพระศาสดาผู้เป็นธรรมราชาจึงไม่ตรัส เมตตาและอุเบกขาไว้ ตอบว่า: เพราะเมตตาจัดเป็นอัพยาบาท (อโทสเจตสิก) และอุเบกขาก็จัดเป็นตัตร-มัชฌัตตตาเจตสิกดังนั้น พระศาสดาจึงไม่ตรัสเจตสิกทั้ง ๒ อีก”
๗๑. กสฺมา เยวาปนา ธมฺมา พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา
สรูเปเนว สพฺเพเต ปาฬิยํ น จ อุทฺธฏา.๓
๗๒. ยสฺมา อนิยตา เกจิ ยสฺมา ราสึ ภชนฺติ น
ยสฺมา จ ทุพฺพลา เกจิ ตสฺมา วุตฺตา น ปาฬิยํ.
“ถามว่า : เหตุใดพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธ์ุแห่งพระอาทิตย์ จึงไม่ตรัสเยวาปนก-เจตสิกทั้งหมดโดยระบุชื่อไว้ในพระบาลี ตอบว่า : เพราะเจตสิกบางดวงเกิดไม่แน่นอน บางดวงไม่จัดเข้าในกองเจตสิก บางดวงมีกำลังน้อย ดังนั้น จึงไม่ตรัสไว้ในพระบาลี[ธรรมสังคณี]”
[กองเจตสิกมี๑๗ กอง คัมภีร์อัฏฐสาลินี(หน้า ๑๘๖) กล่าวถึงผัสสปัญจกราสิ๑ ฌานังค-ราสิ๑อินทริยราสิ๑มัคคราสิ๑ พลราสิ๑มูลราสิ๑กัมมปถราสิ๑ โลกปาลราสิ๑ปัสสัทธิราสิ๑