Abhidhammāvatāra

คัมภีร์อภิธัมมาวตาร

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 5 | >>

จิตมี ๒ อย่าง โดยจิตที่มีวิบาก และจิตที่ไม่มีวิบาก จิตที่มีวิบาก คือ กุศลจิตและอกุศลจิต จิตที่ไม่มีวิบาก คือ อัพยากตจิต [วิปากจิต และกิริยาจิต] จิตมี๓อ ย่าง โดยจำแนกตามชาติ(ประเภท) คือกุศลจิตอ กุศลจิต และอัพยากตจิต”

[เมื่อจำแนกอัพยากตจิตออกเป็นวิปากจิต และกิริยาจิตจึงกล่าวได้ว่าจิตมี๔อ ย่างตาม ชาติคือกุศลจิตอ กุศลจิต วิปากจิต และกิริยาจิต]

กุศลจิต

ตตฺถ กุสลนฺติ ปเนตสฺส โก วจนตฺโถ.

“รูปวิเคราะห์ (คำจำกัดความ) ของคำว่า กุสลํ (กุศลจิต) คืออะไร”

๑๐. กุจฺฉิตานํ สลนโต กุสานํ ลวเนน วา
กุเสน ลาตพฺพตฺตา วา กุสลนฺติ ปวุจฺจติ.

“พระผู้มีพระภาคตรัสว่า กุศล เพราะความเป็น

  • สภาพกำจัดบาปธรรมอันน่าตำหนิ
  • สภาพละบาปธรรมที่ได้ชื่อว่ากุสะ (สภาพนอนเนื่องในกระแสจิตด้วยอาการ น่าตำหนิ)
  • สภาพควรถือเอาด้วยปัญญาที่ชื่อว่ากุสะ (สภาพขัดเกลาบาปธรรมอันน่าตำหนิ)”

[คำว่า กุสล มีความหมาย ๓ ประการ คือ

  • สภาวะกำจัดบาปธรรมอันน่าตำหนิ = กุจฺฉิเต ปาปธมฺเม สลติ หึสตีติ กุสลํ (กุ = บาปธรรมอันน่าตำหนิ + สล ธาตุ = กำจัด + อ ปัจจัย)
  • สภาวะละบาปธรรมที่นอนเนื่องในกระแสจิตด้วยอาการน่าตำหนิ = กุจฺฉิเตนากาเรน สนฺตาเน สยนฺติปวตฺตนฺตีติ กุสา, กุเส ลวตีติ กุสลํ (กุส = บาปธรรม + ลู ธาตุ = ละ + อ ปัจจัย)
  • สภาวะที่ควรถือเอาด้วยปัญญา = กุจฺฉิตานํ สาติตนุํ กโรตีติกุสา, กุเสน ลาตพฺพนฺติ กุสลํ (กุส=ปัญญา + ลา ธาตุ = ถือเอา + อ ปัจจัย)]
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka