๑๑. เฉเก กุสลสทฺโทยํ อาโรคฺเย อนวชฺชเก
ทิฏฺโฐ อิฏฺฐวิปาเกปิ อนวชฺชาทิเก อิธ.
“กุสล ศัพท์ย่อมปรากฏในอรรถว่า คนฉลาด ความไม่มีโรค สภาพไม่มีโทษ และ ธรรมที่มีวิบากน่าปรารถนา กุสล ศัพท์ในที่นี้ย่อมปรากฏในอรรถมีสภาพไม่มีโทษ เป็นต้น”
ตสฺมา อนวชฺชอิฏฺฐวิปากลกฺขณํ กุสลํ,อ กุสลวิทฺธํสนรสํ, โวทานปจฺจุปฏฺฐานํ,ว ชฺชปฏิ-ปกฺขตฺตา อนวชฺชลกฺขณํ วา กุสลํ, โวทานภาวรสํ,อิฏฺฐวิปากปจฺจุปฏฺฐานํ,โ ย นิโสมนสิการ-ปทฏฺฐานํ. สาวชฺชานิฏฺฐวิปากลกฺขณมกุสลํ,ต ทุภยวิปรีตลกฺขณมพฺยากตํ,อ วิปาการหํ วา.
“ดังนั้น กุศล มีสภาพไม่มีโทษและมีวิบากน่าปรารถนา มีหน้าที่กำจัดอกุศล มีความหมดจด[จากกิเลส]เป็นเครื่องปรากฏ หรือ กุศล มีสภาพอันไม่มีโทษ เพราะเป็นปฏิปักษ์ต่อโทษ มีความบริบูรณ์คือความผุดผ่อง มีวิบากอันน่าปรารถนาเป็นผล มีความใส่ใจโดยแยบคายเป็นเหตุใกล้ อกุศล มีสภาพอันมีโทษ และมีวิบากไม่น่าปรารถนา อัพยากฤต มีสภาพตรงกันข้ามกับกุศลและอกุศลเหล่านั้น[ คือ ปราศจากวิบาก ที่มีโทษหรือไม่มีโทษ] หรือมีสภาพที่ไม่ก่อให้เกิดวิบาก
[ลักษณะ รสะ ปัจจุปัฏฐาน และปทัฏฐาน ตามหลักพระอภิธรรม มีความหมายดังนี้
๑. ลักษณะ คือ สภาพ
๒. รสะ คือห น้าที่ (กิจจรสะ) หรือความบริบูรณ์ (สัมปัตติรสะ)
๓. ปัจจุปัฏฐาน คือ อาการปรากฏ (อุปัฏฐานาการปัจจุปัฏฐาน) หรือผล (ผลปัจจุ-ปัฏฐาน)