ฐาโน. อยํ หิอรูปธมฺโมปิ สมาโน อารมฺมเณสุผุสนากาเรเนว ปวตฺตติ.โ สทฺวินฺนํ เมณฺฑานํ สนฺนิปาโต วิยท ฏฺฐพฺโพ.
“อนึ่ง ธรรมเหล่านี้เมื่อกล่าวด้วยรูปวิเคราะห์และสภาพเป็นต้นย่อมประจักษ์รู้ง่าย ดังนั้นข้าพเจ้าจะกล่าวรูปวิเคราะห์และสภาพเป็นต้นของธรรมเหล่านั้นต่อไป ผัสสะ คือ สภาวะกระทบ ผัสสะ มีสภาพกระทบ[อารมณ์] มีหน้าที่ประสาน[วัตถุอารมณ์ และจิตในปัญจโวการภูมิหรือประสานอารมณ์ และจิตในจตุโวการภูมิ] มีการประชุมพร้อมกัน[ระหว่างวัตถุอารมณ์ และจิตห รือระหว่างอารมณ์ และจิต]เป็นเครื่องปรากฏ หรือมีผลคือเวทนา โดยคำว่าปัจจุปัฏฐาน มีความหมายว่า ผล มีอารมณ์ที่ปรากฏเฉพาะหน้าเป็นเหตุใกล้ โดยแท้จริงแล้วผัสสะแม้เป็นนามธรรมก็ดำเนินไปในอารมณ์โดยอาการกระทบ พึงทราบเหมือนการชนเขาของแพะ ๒ ตัว”
สุนฺทรํ มโนติสุมโน. สุมนสฺส ภาโว โสมนสฺสํ. โสมนสฺสเมว เวทนา โสมนสฺสเวทนา. สา เวทยิตลกฺขณา, อิฏฺฐาการานุภวนรสา ราชา วิยสุโภชนรสํ, เจตสิกอสฺสาทปจฺจุปฏฺฐานา, ปสฺสทฺธิปทฏฺฐานา.
“คำว่า สุมนะ คือ จิตดี [จิตอ่อนโยนไม่กระด้าง] คำว่า โสมนัสสะ คือ ภาวะของจิตดี โสมนัสสเวทนา คือ ความรู้สึกที่เป็นภาวะของจิตดีนั่นเอง โสมนัสสเวทนา มีสภาพเสวยอารมณ์[ที่น่าปรารถนาซึ่งเป็นสภาวอิฏฐารมณ์หรือ ปริกัปปอิฏฐารมณ์] มีหน้าที่เสวยอารมณ์ด้วยอาการพอใจ เหมือนกษัตริย์เสวยรส ของพระกระยาหารอร่อย มีความยินดีทางใจเป็นเครื่องปรากฏ มีความสงบ[กายและใจ]เป็นเหตุใกล้”