มีวัตถุที่ควรเชื่อ [สรณะ ๓ กรรม และผลของกรรม] เป็นเหตุใกล้”
สรนฺติ เอตาย, สยํ วา สรติ, สรณมตฺตเมว วา เอสาติ สติ.
“สติ คือ สภาวะทำให้ระลึกได้ อีกนัยหนึ่ง สติ คือ สภาวะระลึกได้ อีกนัยหนึ่ง สติ คือ ความระลึกได้นั่นเอง”
[คำว่า สติ มีความหมาย ๓ ประการ คือ
- สภาวะทำให้ระลึกได้ = สรนฺติ เอตายาติ สติ (ลง ติ ปัจจัยในกรณสาธนะ)
- สภาวะระลึกได้ = สรตีติ สติ (ลง ติ ปัจจัยในกัตตุสาธนะ)
- ความระลึกได้ = สรณํ สติ (ลง ติ ปัจจัยในภาวสาธนะ)]
สา อปิลาปนลกฺขณา, อสมฺโมสรสา, อารกฺขปจฺจุปฏฺฐานา, ถิรสญฺญาปทฏฺฐานา.
“สติ มีสภาพไม่เลื่อนลอย[เหมือนสมอปักลงดิน] มีหน้าที่ไม่หลงลืม มีการรักษา[อารมณ์ไว้ไม่ให้ออกไปจากจิต]เป็นเครื่องปรากฏ มีสัญญาที่มั่นคงเป็นเหตุใกล้”
วีรภาโว วีริยํ, วีรานํ วา กมฺมํ วีริยํ.
“วิริยะ คือ ภาวะของผู้อาจหาญ[ในการงาน] อีกนัยหนึ่ง วิริยะ คือ กิริยาของผู้อาจหาญ”
[คำว่า วิริย มีความหมาย ๒ ประการ คือ
- ภาวะของผู้อาจหาญ = วีรานํ ภาโว วีริยํ (ลง ณฺย ปัจจัยในภาวตัทธิต)
- กิริยาของผู้อาจหาญ = วีรานํ กมฺมํ วีริยํ (ลง ณฺย ปัจจัยในกัมมตัทธิต)]
ตํ ปเนตํ อุสฺสาหนลกฺขณํ, สหชาตานํ อุปตฺถมฺภนรสํ,อ สํสีทนภาวปจฺจุปฏฺฐานํ,สํเวค-ปทฏฺฐานํ.