ตนควบคุมอยู่] และไม่ทำให้เป็นไปหลังจากภังคขณะ เพราะตนและธรรมที่พึงให้เป็นไปไม่มี อยู่[ในภังคขณะ] ทั้งไม่ดำรงอยู่ในภังคขณะ เพราะพินาศเอง เหมือนเกลียวไส้และน้ำมันที่หมด อยู่ย่อมไม่ก่อให้เกิดเปลวไฟ”
น ลุพฺภนฺติ เตน, สยํ น ลุพฺภติ, อลุพฺภนมตฺตเมว วา ตนฺติ อโลโภ.
“อโลภะ คือ สภาวะทำให้ไม่โลภ อีกนัยหนึ่ง อโลภะ คือ สภาวะไม่โลภ อีกนัยหนึ่ง อโลภะ คือ ความไม่โลภนั่นเอง”
[คำว่า อโลภ มีความหมาย ๓ ประการ คือ
- สภาวะทำให้ไม่โลภ = ลุพฺภนฺติ เตนาติ โลโภ, น โลโภ อโลโภ (ลง ณ ปัจจัยในกรณ-สาธนะ)
- สภาวะไม่โลภ = ลุพฺภตีติ โลโภ, น โลโภ อโลโภ (ลง ณ ปัจจัยในกัตตุสาธนะ)
- ความไม่โลภ = ลุพฺภนํ โลโภ, น โลโภ อโลโภ (ลง ณ ปัจจัยในภาวสาธนะ)]
โส อารมฺมเณ จิตฺตสฺส อลคฺคภาวลกฺขโณ กมลทเล ชลพินฺทุวิย, อปริคฺคหรโส มุตฺตภิกฺขุวิย, อนลฺลีนภาวปจฺจุปฏฺฐาโน อสุจิมฺหิ ปติตปุริโส วิย.
“อโลภะ มีสภาพที่จิตไม่ผูกพันในอารมณ์ เหมือนหยาดน้ำไม่ติดใบบัว มีหน้าที่ไม่ครอบครอง เหมือนภิกษุผู้หลุดพ้นแล้ว มีความไม่ต้องการยึดติดเป็นเครื่องปรากฏ ดุจบุรุษผู้ตกไปในที่สกปรก”
[แม้สรีระของบุรุษผู้ตกไปในที่สกปรกจะแปดเปื้อน แต่จิตของเขาไม่ยึดติดกับของสกปรก ฉันใด อโลภเจตสิกก็ฉันนั้น แม้รับเอาอารมณ์ก็ปราศจากความยึดติดในอารมณ์]
น ทุสฺสนฺติ เตน, สยํ วา น ทุสฺสติ, อทุสฺสนมตฺตเมว วา ตนฺติ อโทโส.
“อโทสะ คือ สภาวะทำให้ไม่ประทุษร้าย อีกนัยหนึ่ง อโทสะ คือ สภาวะไม่ประทุษร้าย